คลองไทย 9A

ผู้เรียบเรียง :
ณัฐพงศ์ พันธุ์ไชย, วิทยากรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานบริการวิชาการ 2 สำนักวิชาการ
วันที่ออกอากาศ :
2563-11
ประเภทสิ่งพิมพ์ :
หน่วยงานที่เผยแพร่ :
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

ปัจจุบันการขนส่งสินค้าทางเรือเพื่อการค้าขายระหว่างกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปและตะวันออกกลางมายังประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ นิยมใช้ช่องทางผ่านช่องแคบมะละกา ช่องแคบซุนดา และช่องแคบลอมบอก โดยเฉพาะช่องแคบมะละกาบริเวณประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการคมนาคมขนส่งสินค้าทางทะเลและเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลก กอปรกับสภาพการณ์ปัจจุบัน พบว่า บริเวณช่องแคบมะละกามีปริมาณเรือสินค้าที่แล่นผ่านเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงมีแนวคิดที่จะสร้างเส้นทางเดินเรือใหม่เชื่อมระหว่างทะเลอันดามันและทะเลอ่าวไทยบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย เรียกว่า “คลองไทย 9A” โดยมีเส้นทางตัดผ่านจังหวัดกระบี่ ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร โดยมีลักษณะเป็นคลอง 2 คลอง คู่ขนานไป-กลับคนละคลอง มีขนาดความกว้าง 300-350 เมตร ความลึก 35-40 เมตร

ทั้งนี้ หากภาครัฐมีแนวทางในการขุดคลองไทย 9A คาดว่าจะมีประโยชน์ ดังนี้

1. เป็นเส้นทางการเดินเรือใหม่ของโลกและจะมีส่วนสำคัญต่อระบบการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเงินตราจากต่างประเทศทั่วโลกไหลเข้าสู่ประเทศไทยได้ทั้งทางตรง คือ ค่าธรรมเนียมการผ่านคลอง และทางอ้อม คือ เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ เป็นแหล่งธุรกิจหรือแหล่งอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างความเจริญไปทั่วทั้งภาคใต้ เป็นศูนย์จำหน่ายให้บริการอาหาร น้ำดื่ม น้ำใช้ ให้กับเรือสินค้าต่าง ๆ ที่ผ่านคลองไทย 9A โดยเฉพาะการให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้มีรายได้จากการขายน้ำมันและสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อย่างมหาศาล

2. สามารถลดระยะทาง ประหยัดเวลา และค่าขนส่งสินค้าทางเรือมากกว่าการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบมะละกา มีความปลอดภัยจากปัญหาโจรสลัดปล้นเรือสินค้า และจากลักษณะรูปแบบของคลองไทย 9A ที่เป็นแบบคลองคู่ขนาน ทำให้มีความปลอดภัยสูงจากอุบัติเหตุระหว่างเดินเรือผ่านคลอง

3. เรือขนส่งน้ำมันทางทะเลทั้งหมดของประเทศไทยทั้งขาเข้าและขาออก สามารถขนส่งผ่านคลองไทย 9A ได้โดยไม่ต้องอ้อมไปผ่านช่องแคบมะละกาอีกต่อไป ทำให้ลดค่าใช้จ่ายอย่างมาก ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าภายในประเทศให้ลดต่ำลง และราคาสินค้าในประเทศก็จะลดลงตามไปด้วย

4. ด้านความมั่นคงของประเทศ คลองไทย 9A จะส่งผลดีต่อการเคลื่อนย้ายกำลังพลของกองทัพเรือระหว่างฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งทะเลอ่าวไทย โดยไม่สร้างความรู้สึกหวาดระแวงให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มีความเป็นอิสระในการเคลื่อนกำลังพล กองทัพเรือสามารถนำกองกำลังเข้าออกเพื่อการซ้อมรบ ลาดตระเวน ตรวจตรา ป้องกันอาณาเขตน่านน้ำระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่ง หากภาครัฐมีแนวทางในการขุดคลองไทย 9A ได้แก่

1. การใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากปัจจุบันภาครัฐจำเป็นต้องมีแนวทางหรือนโยบายที่มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจจากปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงควรมีการวางแผนในการใช้จ่ายงบประมาณให้สอดคล้องและเหมาะสมกับการจัดเก็บรายได้ของประเทศ มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ พร้อมกับลำดับความสำคัญของการดำเนินโครงการต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ 

2. จะก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาการแลกเปลี่ยนมวลน้ำจากฝั่งทะเลอันดามันกับฝั่งทะเลอ่าวไทย การรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าไปในแผ่นดิน การหกราดและปนเปื้อนของน้ำมันและสารเคมีวัตถุอันตราย ผลกระทบที่มีต่อแหล่งท่องเที่ยว ปัญหาการทำลายปะการัง รวมไปถึงมลพิษต่าง ๆ จากโรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนบริเวณท่าเรือที่พัฒนาขึ้นภายหลังขุดคลองไทย 9A สำเร็จ เป็นต้น

3. การประสบกับภาวะผลตอบแทนไม่คุ้มกับเงินลงทุน กล่าวคือ คลองไทย 9A จะได้รับความสำคัญเทียบเท่าท่าเรือของประเทศสิงคโปร์บริเวณช่องแคบมะละกาได้หรือไม่ เนื่องจากสาเหตุที่ท่าเรือของประเทศสิงคโปร์ประสบความสำเร็จได้เพราะมีทำเลที่ตั้งที่ดีและมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ สามารถรับสินค้าจากประเทศที่อยู่ด้านบน คือ ตั้งแต่ประเทศมาเลเซียขึ้นไป และด้านล่าง คือ ตั้งแต่ประเทศอินโดนีเซียลงมา ทำให้สามารถเป็นศูนย์กระจายสินค้าของภูมิภาคได้ แต่ทำเลที่ตั้งของคลองไทย 9A จะสามารถรับและกระจายสินค้าได้เฉพาะประเทศที่อยู่ด้านบนของประเทศมาเลเซียเท่านั้น โดยส่วนใหญ่จะมีกำลังการผลิตเพื่อการส่งออกน้อย จึงอาจจะไม่คุ้มค่ากับการสร้างท่าเรือเพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าให้ประเทศเหล่านั้น ในขณะที่ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่ใกล้กับประเทศสิงคโปร์ ก็จะยังคงใช้ท่าเรือของประเทศสิงคโปร์เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าอยู่ดังเดิมแม้จะมีการขุดคลองไทย 9A ขึ้นก็ตาม

ดังนั้น ภาครัฐจะต้องพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย 9A อย่างรอบคอบและเผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อเกิดความเข้าใจร่วมกันว่าประเทศไทยสมควรที่จะขุดคลองไทย 9A หรือไม่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทยต่อไป