Inside หอสมุดรัฐสภา

สรุปจากการประชุม The IFLA Library and Research Services for Parliaments Section – IFLAPARL ณ ห้องสมุดมหาวิทยาลัย Nazarbayev เมืองอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน ระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคม 2568 หัวข้อ “การสร้างทักษะเพื่ออนาคต: บูรณาการปัญญาประดิษฐ์ในหอสมุดรัฐสภา”

การใช้ AI กับการดำเนินงานของรัฐสภา: กรณีศึกษารัฐสภาในต่างประเทศและหอสมุดรัฐสภาไทย

หอสมุดรัฐสภาได้เข้าร่วมการประชุม The IFLA Library and Research Services for Parliaments Section – IFLAPARL ณ ห้องสมุดมหาวิทยาลัย Nazarbayev เมืองอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน ระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคม 2568 ภายใต้หัวข้อ “การสร้างทักษะ เพื่ออนาคต” โดยการประชุมเน้นให้ความสำคัญกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) ซึ่งเป็นตัวผลักดันขอบเขตการทำงานวิชาชีพของบรรณารักษ์ให้กว้างขวางมากขึ้น จากรายงานแนวโน้ม ของ IFLA 2024 ระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนแปลงสังคม ดังนั้น ทักษะที่จำเป็นในการทำงานในโลกปัจจุบันจึงต้องมีความซับซ้อนมากขึ้น นอกจากนี้ได้กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาวิชาชีพว่า เจ้าหน้าที่ห้องสมุดทุกคนต้องรับผิดชอบในการเรียนรู้ เพื่อที่จะพัฒนาวิชาชีพของตนเอง และร่วมรับผิดชอบต่อองค์กร หน่วยงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย และสมาคมห้องสมุดด้วยมีความตระหนักเกี่ยวกับเรื่องทักษะรวมถึงความสามารถที่จำเป็นต้องพัฒนา วิธีการฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงวิธีการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณที่สูงขึ้นหรือการเดินทางข้ามประเทศเท่านั้น แต่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเองได้ การเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการ การเฝ้าติดตามงาน (Job Shadowing) และการใช้แนวทาง“เรียน ทำ สอน” (Learn-Do-Teach) กล่าวคือ เริ่มจากการเรียนรู้ ลงมือทำ และนำความรู้ที่ได้นั้นสอนให้ผู้อื่นต่อไป

สถานการณ์ปัจจุบันของการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในรัฐสภา อ้างอิงจาก World e-Parliament Report 2024 ผลการสำรวจ 86 ประเทศ พบว่าร้อยละ 86 ของรัฐสภามียุทธศาสตร์ดิจิทัล ระยะยาว และร้อยละ 29 รายงานว่าเริ่มมีการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ รัฐสภายังให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์และการใช้โซเชียลมีเดีย ในฐานะเครื่องมือการสื่อสารหลัก ในส่วนของรายงานของรัฐสภาสหราชอาณาจักร (มีนาคม 2025) ระบุว่าร้อยละ 70 ของหน่วยงานภาครัฐอยู่ระหว่างการทดลองใช้หรือมีแผนจะใช้ปัญญาประดิษฐ์
     

นอกจากนี้ การประกาศใช้ EU Artificial Intelligence Act ในปี 2025 ถือเป็นก้าวสำคัญ ที่กำหนดกรอบทางกฎหมายร่วมกันสำหรับ 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งสะท้อนว่าการใช้ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับมิติทางกฎหมาย จริยธรรม และสิทธิมนุษยชนที่ซับซ้อน แม้ยังไม่มีข้อมูลสถิติที่แน่ชัดเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในรัฐสภาทั่วโลก เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ความแตกต่างในการนิยาม และข้อจำกัดของข้อมูล โครงการนำร่องที่ไม่ได้เปิดเผยความท้าทายนี้ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในรัฐสภา อาจต้องพึ่งพากรณีศึกษาและการแลกเปลี่ยนความรู้มากกว่าการอ้างอิงตัวเลขเชิงสถิติเท่านั้น

กรณีศึกษาการใช้ AI ในบริบทของรัฐสภา
สหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union - IPU) ได้เผยแพร่กรณีศึกษากว่า 40 ตัวอย่างจากหลายประเทศ เช่น บาห์เรน บราซิล แคนาดา เอสโตเนีย และรัฐสภายุโรปกรณีเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ามีการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในหลายมิติ ดังนี้ 

  1. การแปลภาษาและการถอดความ เพื่อให้สมาชิกสภาและประชาชนเข้าถึงเนื้อหาภาษาต่างประเทศได้สะดวกและรวดเร็ว
  2. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก สำหรับช่วยในการตัดสินใจเชิงนโยบาย
  3. การมีส่วนร่วมของสาธารณะ เช่น แพลตฟอร์มที่ช่วยให้ประชาชนส่งความคิดเห็นได้ง่ายขึ้น
  4. การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อป้องกันภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

กรณีของรัฐสภากรีก นอกจากจะใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับถอดความการประชุมและ Chatbot เพื่อการค้นคว้าข้อมูลแล้ว ยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลและหน่วยงานพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ชื่อ Faros เพื่อจัดทำโมเดลภาษาสำหรับภาษากรีก โดยใช้ข้อมูลเชิงโครงสร้างจากรัฐสภาเอง ซึ่งการดำเนินงานนี้เน้นย้ำความสำคัญของคุณภาพข้อมูลที่จะช่วยทำให้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์มีความถูกต้องและสอดคล้องกับบริบททางภาษาและกฎหมาย ตัวอย่างจากรัฐสภาเอสโตเนียได้ริเริ่มใช้ปัญญาประดิษฐ์ ในการวิเคราะห์ข้อเสนอร่างกฎหมายจำนวนมาก เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่และสมาชิกรัฐสภาเข้าใจผลกระทบได้รวดเร็วขึ้น หรือในรัฐสภาบราซิลที่ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อติดตามการอภิปรายและสร้างรายงานสรุปย่อได้ทันที ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางเทคนิค แต่คือผู้ช่วยที่เพิ่มศักยภาพของบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในรัฐสภาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

แนวทางและคู่มือการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) สำหรับห้องสมุดรัฐสภา องค์กรวิชาชีพระดับนานาชาติได้เผยแพร่แนวทางการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ โดย IFLA (พฤษภาคม 2025) เสนอว่าปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมคุณค่าพื้นฐานของห้องสมุด เช่น การเข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียม โดยเน้นการใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือเสริมประสิทธิภาพของการทำงาน ไม่ใช่การทดแทนบุคลากร Westminster Foundation  for Democracy – WFD ได้จัดทำ “แนวทางการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับรัฐสภา” (AI Guidelines for Parliaments) การสร้างขีดความสามารถของบุคลากร การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การกำหนดหลักจริยธรรมและธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ (https://www.wfd.org/ai-guidelines-parliaments) ส่วนสหภาพรัฐสภาได้จัดทำ “แนวทางสำหรับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในรัฐสภา” (Guidelines for AI in Parliaments) กรณีศึกษาและสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อสนับสนุนรัฐสภาให้บูรณาการปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบและไม่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน (https://www.ipu.org/resources/publications/reference/2024-12/guidelines-ai-in-parliaments)

ประเด็นจริยธรรม ความโปร่งใส และความสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย หอสมุดรัฐสภาของแต่ละประเทศทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลความรู้ โดยการใช้ปัญญาประดิษฐ์จะต้องช่วยเสริมคุณภาพบริการ ไม่ใช่ลดทอนบทบาทของผู้เชี่ยวชาญสารสนเทศ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ หากคำสั่งไม่ชัดเจน ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมไม่ตรงตามที่คาดหวัง ดังนั้นนักวิชาชีพในรัฐสภา เช่น บรรณารักษ์ นักวิจัย และเจ้าหน้าที่นโยบาย ต้องเป็นผู้มีบทบาทในการตั้งคำถามที่ถูกต้อง เข้าใจบริบททางกฎหมาย และตีความผลลัพธ์อย่างมีวิจารณญาณ

ดังนั้น การบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ในรัฐสภาจึงไม่ใช่เพียงการนำเครื่องมือใหม่มาใช้ แต่คือการกำหนดกลยุทธ์ที่มีวิสัยทัศน์ สร้างกรอบจริยธรรม ส่งเสริมการฝึกอบรมบุคลากร รวมถึงวางระบบธรรมาภิบาลที่โปร่งใส เพื่อให้ปัญญาประดิษฐ์สนับสนุนบทบาทของรัฐสภาในการเป็นสถาบัน หลักของประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง และเมื่อมองไปข้างหน้า รัฐสภาแต่ละประเทศจำเป็นต้องพัฒนากรอบการดำเนินงานที่สอดคล้องกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของตนเอง การเรียนรู้ จากกรณีศึกษานานาชาติเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การปรับใช้ให้เข้ากับความต้องการของประชาชน และหลักการประชาธิปไตยคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ การประชุมครั้งนี้ จึงไม่เพียงสร้างความเข้าใจในเชิงเทคนิค แต่ยังช่วยกระตุ้นให้ตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการกำหนดอนาคตของปัญญาประดิษฐ์ในรัฐสภา

หอสมุดรัฐสภาไทยกับบทบาทในการศึกษา เรียนรู้ และนำปัญญาประดิษฐ์มาเป็นเครื่องมือในการทำงาน การเข้าร่วมประชุม IFLAPARL เป็นส่วนสำคัญในการช่วยเสริมสร้างและพัฒนาสมรรถนะให้บรรณารักษ์หอสมุดรัฐสภาไทย ได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับบรรณารักษ์และห้องสมุดรัฐสภาระหว่างประเทศ ซึ่งมีภารกิจหน้าที่หลัก ในการนำความรู้และทรัพยากรสารสนเทศ ไปสู่ผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะปัจจุบันมีช่องทางและรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลาย ห้องสมุดต้องใช้เป็นเครื่องมือให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานและเข้าถึงผู้ใช้บริการ หอสมุดรัฐสภาได้ตระหนักถึง ความสำคัญ โดยได้ริเริ่มศึกษาอย่างจริงจังภายหลังจากได้รับองค์ความรู้จากแนวโน้มของห้องสมุด (Trend Report) ในการประชุม IFLA ปี 2567 ณ เครือรัฐออสเตรเลีย และในปี 2568 เริ่มเรียนรู้ทั้งจากผู้เชี่ยวชาญ การเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการ และการใช้แนวทาง “เรียน ทำ สอน” (Learn-Do-Teach) ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) จากสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รวมถึงเข้ารับการอบรม ซึ่งจัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนำไปสู่การปฏิบัติจริง โดยได้ริเริ่มนำ Generative AI มาใช้ในการดำเนินงาน ดังนี้ 

1. การใช้ Generative AI จัดทำ Podcast แนะนำหนังสือใหม่และหนังสือที่น่าสนใจของหอสมุดรัฐสภา ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ภายใต้โครงการอาสาสมัครหอสมุดรัฐสภา “กิจกรรมการใช้ Generative AI ในการสร้างงาน Podcast แนะนำหนังสือ” โดยรับอาสาสมัครที่สนใจเข้ามา อบรมเชิงปฏิบัติการ เรียนรู้การใช้ Generative AI ประกอบไปด้วย ChatGPT, Gemini และ ThinkerFriend ในการสร้างบทความ Podcast แนะนำหนังสือใช้ Google AI Studio ในการทำสื่อเสียง และ Canva ในการทำหน้าปกและวิดีโอ ผลงานของอาสาสมัครได้รับการตรวจสอบและเผยแพร่ผ่านช่องทางเว็บไซต์หอสมุดรัฐสภา, เว็บไซต์คลังสารสนเทศรัฐสภา, Facebook หอสมุดรัฐสภา, YouTube หอสมุดรัฐสภา, LineOA @NaltConect และ TikTok: NALTBooktok นอกจากนี้ ยังได้ถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ให้แก่ข้าราชการจากสำนักกฎหมายและสำนักอื่น ๆ ที่สนใจมาเรียนรู้ร่วมกัน โดยอาสาสมัครที่เข้าร่วมกิจกรรมไม่เพียงได้ช่วยงานจิตอาสายังได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้วิธีการทำงานโดยใช้ AI ซึ่งสามารถนำไปใช้ต่อยอดในการเรียนหรือการทำงานของตนเองได้ในอนาคต

        2. การใช้ Generative AI จัดทำ Podcast ผลงานวิชาการและงานวิจัยของรัฐสภา ในรูปแบบเสียง เพื่อประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ให้สามารถเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศของสำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนได้มากขึ้น สำหรับ Generative AI ที่ใช้ในการสรุปสาระสำคัญ และจัดทำสื่อเสียง บทพูดที่สามารถถ่ายทอดเป็นเนื้อหาที่เข้าใจได้ง่าย และการนำเสนอ ได้แก่ NotbookLM, ThinkerFriends, Google AI Studio และ Canva ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 โดยเผยแพร่ผ่านช่องทาง เว็บไซต์คลังสารสนเทศรัฐสภา, Facebook สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, YouTube หอสมุดรัฐสภา และ LineOA @NaltConect

3. การใช้ Generative AI มาเป็นผู้ช่วยในการแปลภาษา การถอดความ สรุปความ ทั้งจากคลิปเสียง วิดีโอ และไฟล์เอกสาร ตลอดจนการคิดคำเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ และกิจกรรมต่าง ๆ ให้น่าสนใจมากขึ้น 

4. การเสริมองค์ความรู้ด้าน AI ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานด้านวิชาการและการวิจัย ภายใต้ “โครงการขับเคลื่อน การให้บริการด้านวิชาการ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่การเป็น SMART Parliament” กิจกรรมที่ 1 การบรรยายและการสัมมนา เรื่อง “การพัฒนางานบริการด้านวิชาการไปสู่ SMART Parliament” และ กิจกรรมที่ 2 การอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การใช้เครื่องมือออกแบบกราฟิกออนไลน์ Canva” เน้นการฝึกปฏิบัติจริงในการใช้ Generative AI ที่เหมาะสมกับการทำงาน   ด้านวิชาการ วิจัย และการเผยแพร่ความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ


5. หอสมุดรัฐสภาได้ริเริ่มใช้ AI มาจัดทำองค์ความรู้ในรูปแบบวิดีโอ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้สนใจ เช่น วิดีโอเรื่อง การใช้ Generative AI ในการสร้างงาน Podcast ฉบับหอสมุดรัฐสภา เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยได้มองถึงบทบาทใหม่ของหอสมุดรัฐสภาที่ต้องเป็นผู้ให้ความรู้ในการใช้ Generative AI อย่างมีจริยธรรมด้วย

Scan เพื่อชมวิดีโอ
Scan/คลิก เพื่อชมวิดีโอ
นริศรา เพชรพนาภรณ์, บรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษ สำนักวิชาการ
ณิชชา สอนดี, บรรณารักษ์เชี่ยวชาญ สำนักวิชาการ