วันนี้ในอดีต : สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับรัฐสภา

ให้ความรู้ในอดีตเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง กฎหมาย รัฐสภาหรือเรื่องที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนที่ออกวารสารโดยนำข้อมูลจากรายงานการประชุมสภาหรือรัฐสภาสารหรืออื่น ๆ

  พระราชกรณียกิจเกี่ยวกับรัฐสภาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

1. ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (วันที่ 22 ตุลาคม ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2499) สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) มีพระราชประสงค์ จะทรงผนวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ตามโบราณราชประเพณี จึงไม่สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะพระมหากษัตริย์ได้ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 17 ว่า “ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง จะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ จะได้ทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งด้วยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ”

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรมีพระราชดำริเห็นว่าเคยมีแบบอย่างที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งสมเด็จพระอัครมเหสี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เมื่อคราวที่เสด็จพระราชดำเนินต่างประเทศ และโดยที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ในขณะนั้นมีพระชนมายุอันสมควรและทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกา สภากาชาดไทย ซึ่งแสดงถึง พระปรีชาในอันที่จะรับพระราชกรณียกิจในคราวนี้ได้ จึงมีพระราชประสงค์ที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 17/2499 (สามัญ) ชุดที่ 1 วันอังคารที่ 18 กันยายน 2499 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นการประชุมลับเพื่อพิจารณาญัตติ เรื่องขอให้รับความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบโดยพร้อมเพรียงกันในการแต่งตั้ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงผนวช  

หลังจากได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร จึงได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่างที่ทรงผนวชอาศัยอำนาจตามมาตรา 17 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 โดยมีพลเอก พระประจนปัจจนึก (พุก มหาดิลก) ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ 

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 18/2499 (สามัญ) ชุดที่ 1 วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2499 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปประกอบพระราชพิธีปฏิญาณตน ตามมาตรา 20 ของรัฐธรรมนูญแห่ง  ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 ซึ่งบัญญัติว่า “ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามความในมาตรา 17 หรือมาตรา 18 ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วยถ้อยคำว่า จะซื่อสัตย์สุจริตและจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์และจะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชดำรัสปฏิญาณพระองค์ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 18/2499 (สามัญ) ชุดที่ 1 วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2499  ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชดำรัสปฏิญาณพระองค์ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 18/2499 (สามัญ) ชุดที่ 1 วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2499 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

จากนั้นประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านประกาศแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามกระแสพระบรมราชโองการและเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทูลเกล้าฯ ถวายคำปฏิญาณแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี จากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชดำรัสปฏิญาณพระองค์ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก่อนที่จะทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ดังนี้ 

“ข้าพเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ขอปฏิญาณในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า จะซื่อสัตย์สุจริตและจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์และจะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” ที่ประชุมได้ยืนขึ้นรับทราบการปฏิญาณพระองค์
 

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทรงลงพระปรมาภิไธยในสมุดที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ ผู้ที่อยู่ในที่ประชุมถวายความเคารพ ประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ลงจากบัลลังก์ส่งเสด็จพระราชดำเนินกลับ

2. พระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาที่ทรงลงพระปรมาภิไธย ในฐานะที่ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตรทรงผนวชระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2499 เป็นเวลา 15 วัน พระองค์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในฐานะที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในกฎหมาย จำนวน 5 ฉบับ ดังนี้

  1. พระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ. 2499
  2. พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมวิสามัญแห่งสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2499
  3. พระราชกฤษฎีกาให้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ 1 พ.ศ. 2499
  4. พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้าง พุทธศักราช 2479 ในเขตเทศบาลเมืองพะเยาว์ จังหวัดเชียงราย พ.ศ. 2499
  5. พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติสงเคราะห์อาชีพแก่คนไทย พ.ศ. 2499 บังคับในท้องที่จังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี พ.ศ. 2499

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ด้วยพระปรีชาสามารถและสนองพระราชประสงค์เป็นที่เรียบร้อย ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงผนวช เช่น พระองค์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในฐานะที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในกฎหมาย จำนวน 5 ฉบับ และทรงปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะองคมนตรี ณ พระที่นั่งราชกรัณยสภา เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2499

เพื่อเป็นการเชิดชูพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอภิไธยเป็น "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" ประกาศ ณ วันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2499 คำว่า "พระบรมราชินีนาถ" มีความหมายว่า "พระบรมราชินี ผู้เป็นที่พึ่งของประชาชน" และทรงเป็นพระบรมราชินีนาถพระองค์แรกในระบอบประชาธิปไตย

นอกจากนี้ การปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะ "ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์" นี้เองที่เป็นเหตุการณ์สำคัญ ที่นำไปสู่การเฉลิมพระอภิไธยสูงสุดเป็น "พระบรมราชินีนาถ"

บัณฑิต อุทาวงค์
บรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษ สำนักวิชาการ