มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือที่เรียกว่า มหาวิทยาลัยนอกระบบ คือ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีการบริหารการจัดการอิสระแยกจากระบบราชการ แต่ยังได้รับเงินอุดหนุนทั่วไป (block grant) ที่รัฐจัดสรรให้เป็นรายปีโดยตรง เพื่อใช้จ่ายตามความจำเป็นในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยและเพื่อประกันคุณภาพการศึกษา เงินอุดหนุนถือเป็นรายได้ของมหาวิทยาลัย กรณีรายได้ไม่พอกับรายจ่ายของมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยไม่สามารถหาเงินสนับสนุนจากแหล่งอื่นได้ รัฐพึงจัดสรรงบประมาณให้แก่มหาวิทยาลัยเท่าที่จำเป็น ซึ่งรายได้ของมหาวิทยาลัยไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีงบประมาณโดยอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสภามหาวิทยาลัย นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยสามารถกู้เงินและ/หรือลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ได้ เพื่อประโยชน์ของการดำเนินกิจการตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย
การเปลี่ยนสถานภาพมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐนั้น นับเป็นโอกาสทำให้มหาวิทยาลัยมีอิสระในการบริหารจัดการองค์กรมากขึ้น ได้แก่ การมีเสรีภาพทางวิชาการการมีความเป็นเลิศทางวิชาการและการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการใช้ทรัพยากร ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ของตนในฐานะมหาวิทยาลัยได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังทำให้การบริหารและการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยมีความคล่องตัวโดยมีกลไกของสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้รับผิดชอบ ควบคุม ดูแลการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย โดยสภามหาวิทยาลัยจะสามารถกำหนดระเบียบข้อบังคับในการบริหารจัดการในเรื่องต่าง ๆ ได้เองภายใต้กรอบแห่งพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐยังคงมีสถานภาพเป็นหน่วยงานของรัฐแต่ไม่เป็นส่วนราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ โดยจัดตั้งเป็นนิติบุคคลและยังคงได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณอย่างเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนสถานะของมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐนั้นมีความท้าทายหลายประการ ได้แก่ ประการแรก ยังมีความไม่เข้าใจของสังคมว่าการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเป็นลักษณะเดียวกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจจะทำให้มหาวิทยาลัยเป็นเอกชนและรัฐจะไม่อุดหนุนทำให้มหาวิทยาลัยต้องเก็บค่าเล่าเรียนและค่าบริการอื่น ๆ แพงขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว รัฐยังคงสนับสนุนทรัพยากรให้แก่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐในระดับเดิมหรือใกล้เคียงระดับเดิม ประการที่สอง บุคลากรของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐจะมีสถานะเป็น “พนักงาน” มิได้เป็นข้าราชการ ส่งผลกระทบต่อสวัสดิการของข้าราชการ เช่น สวัสดิการไม่ครอบคลุมครอบครัว รวมถึงบุคลากรจะต้องได้รับการประเมินผลงานอย่างเข้มข้นขึ้นและต่อเนื่อง ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐหลายแห่งยังคงมีระบบการบริหารงานบุคคล 2 ระบบ คือ พนักงานและข้าราชการ ซึ่งการบริหารงานในลักษณะนี้จะมีความยุ่งยากและเกิดอุปสรรคในการพัฒนามหาวิทยาลัย และประการสุดท้าย การควบคุมกำกับดูแลให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลกล่าวคือ การที่มหาวิทยาลัยมีอิสระในการบริหารจัดการ หากการบริหารมหาวิทยาลัยอยู่ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและมีระบบการตรวจสอบที่ดี จะทำให้มหาวิทยาลัยสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานได้ดียิ่งขึ้น แต่หากมหาวิทยาลัยมิได้บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล จะส่งผลกระทบต่อองค์กร นักศึกษาและผู้มีส่วนได้เสียด้วย
นับตั้งแต่มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐของประเทศไทยในปี 2533 จนถึงปัจจุบันปี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 4 มิถุนายน 2569) ได้มีการเปลี่ยนสถานภาพมหาวิทยาลัยของรัฐที่เป็นส่วนราชการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐไปแล้ว จำนวน 28 แห่ง ได้แก่
ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. .... ซึ่งขอเปลี่ยนสถานะภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยที่ประชุมมีมติรับหลักการวาระที่ 1 ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการฯ จากนั้นจะได้เสนอสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพิจารณาต่อไปตามกระบวนการตรากฎหมาย ทั้งนี้ หากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาและประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้วจะส่งผลให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเป็นอีกหนึ่งในมหาวิทยาลัยของรัฐที่ได้ปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ดังนั้น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐควรสร้างความเชื่อมั่นการดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล เช่น มีการเผยแพร่ผลการดำเนินงานของสถาบันสู่ประชาคม สาธารณะ มีระบบการติดตามตรวจสอบที่ดีทั้งในเรื่องการเงิน งบประมาณ และการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ข้อบังคับและกฎหมาย เพื่อให้มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดได้อย่างแท้จริง
Copyright © 2022 National Assembly Library of Thailand
The Secretariat of the House of Representatives
1111 Samsen Road, Thanon Nakhon Chai Si, Dusit, Bangkok 10300, THAILAND
Tel: +66(0) 2242 5900 ex 5714, 5715, 5721-22 Fax: +66(0) 2242 5990
E-mail: library@parliament.go.th