“อวนล้อมจับ” เครื่องมือประมงที่ต้องทบทวนเงื่อนไขการใช้

Script Writer
วันวิภา สุขสวัสดิ์, นิติกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานบริการวิชาการ 2 สำนักวิชาการ
Broadcast Date
2025-04
Publication type
Publisher
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

ทะเลเป็นแหล่งผลิตทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีชีวิตและเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญ การทำการประมงทะเลแม้จะสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศต่าง ๆ จำนวนมาก แต่การทำการประมงทะเลด้วยการใช้เครื่องมือประมงที่มีประสิทธิภาพสูงจำเป็นต้องมีการควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ “อวนล้อมจับ” ซึ่งจัดอยู่ในประเภทเครื่องมือประมงทะเลที่มีประสิทธิภาพสูง และในขณะเดียวกันก็สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศหลายด้าน การอนุญาตให้ใช้ “อวนล้อมจับ” จึงต้องมีหลักเกณฑ์ที่รัดกุม เพื่อรักษาความสมดุลของสัตว์น้ำที่มีชีวิต ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ตลอดจนให้มีการทำการประมงอย่างยั่งยืน

“อวนล้อมจับ” เป็นเครื่องมือประมงประเภทหนึ่งที่ใช้ในการจับสัตว์น้ำที่อยู่รวมกันเป็นฝูง มีลักษณะเป็นผืนอวนคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านบนของผืนอวนมีเชือกคร่าวบนซึ่งมีทุ่นลอยผูกติดอยู่ วิธีการใช้จับสัตว์น้ำจะปล่อยผืนอวนล้อมรอบสัตว์น้ำ แล้วทำการปิดด้านล่างของผืนอวนโดยการดึงสายมาน (Purse Line) ซึ่งเป็นเชือกหรือลวดสลิงที่ร้อยผ่านห่วงโลหะวงแหวนทุกห่วงซึ่งผูกตลอดแนวด้านล่างผืนอวนให้สนิท การใช้อวนล้อมจับที่มีขนาดตาอวนถี่จะทำให้มีสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดอื่นติดเข้ามาด้วย ซึ่งตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 69 กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องมืออวนล้อมจับที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า 2.5 เซนติเมตรทำการประมงในเวลากลางคืน ต่อมาในปี 2567 ได้มีการเสนอแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 จำนวน 71 มาตรา ซึ่งมาตรา 69 เป็นหนึ่งในมาตราที่มีการแก้ไข โดยสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. …. โดยมาตรา 69 ได้แก้ไขให้สามารถใช้เครื่องมืออวนล้อมจับที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า 2.5 เซนติเมตร ทำการประมงนอกเขต 12 ไมล์ทะเลนับจากแนวทะเลชายฝั่งในเวลากลางคืนได้ โดยจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และพื้นที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด รวมถึงจะต้องมีการกำหนดเรื่องการใช้แสงไฟล่อไว้ด้วย 

การแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 69 ได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย ทั้งผู้ประกอบอาชีพประมง นักวิชาการ นักสิ่งแวดล้อม และประชาชนทั่วไป โดยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากการอนุญาตให้ทำการประมงด้วยวิธีการดังกล่าวจะเป็นการทำลายความหลากหลายทางชีวภาพและความสมบูรณ์ทางทะเลในอนาคต เนื่องจากการทำการประมงอวนล้อมจับที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า 2.5 เซนติเมตร ทำการประมงในเวลากลางคืนจะทำให้สัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและยังเจริญเติบโตไม่ได้ขนาดถูกจับขึ้นมาในลักษณะที่เป็นการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำอย่างรุนแรง ในส่วนของกรมประมงได้ชี้แจงว่า ได้มีการรวบรวมข้อมูลการทำการประมงปลากะตักเพื่อประเมินค่า “ผลผลิตสูงสุดที่ยั่งยืน” (Maximum Sustainable Yield: MSY) หมายถึง ปริมาณสูงสุดของสัตว์น้ำที่จะจับมาใช้ประโยชน์ได้ โดยสัตว์น้ำส่วนที่เหลือยังคงได้วางไข่และเจริญเติบโตมาทดแทนอย่างสมดุลกับปริมาณที่ถูกจับไป และมีการกำหนดปริมาณสัตว์น้ำที่ให้สามารถจับได้ (Total Allowable Catch: TAC) แต่ในปีการประมง 2567 มีปริมาณการจับปลากะตักได้ปริมาณน้อยส่งผลให้ปริมาณวัตถุดิบในอุตสาหกรรมน้ำปลาและการผลิตปลากะตักแห้งในประเทศมีไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องนำเข้าปลากะตักจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก จึงมีการแก้ไขมาตรา 69 โดยการศึกษาและนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ ให้สอดคล้องกับแนวทางการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและหลักการป้องกันล่วงหน้าเพื่อรักษาหรือฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้อยู่ในระดับที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การจับปลากะตักจะมีสัตว์น้ำอื่น ๆ ปะปนมา ทั้งที่เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงผลของการทำการประมงปลากะตักอย่างรอบคอบเพื่อลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด

แต่ผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. .... ของวุฒิสภา เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติแก้ไขเพิ่มเติมจำนวน 6 มาตรา ซึ่งมาตรา 69 เป็นหนึ่งในมาตราที่วุฒิสภามีมติไม่เห็นชอบด้วยกับที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ โดยให้แก้ไขกลับไปใช้ข้อความเดิมตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และเพิ่มเติมเฉพาะคำว่า “ทุกประเภท” หลังคำว่า “อวนล้อมจับ” เท่านั้น โดยแก้ไขเป็น “ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องมืออวนล้อมจับทุกประเภทที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า 2.5 เซนติเมตรทำการประมงในเวลากลางคืน” ดังนั้น จึงเป็นกรณีที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและได้ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาว่าจะเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาหรือไม่ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 137 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาและมีมติไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา และให้ตั้งบุคคลเป็นกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. .... จำนวน 22 คน โดยมีสัดส่วนจากสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 11 คน และวุฒิสภา จำนวน 11 คน ดังนั้น จึงต้องรอผลการพิจารณาของกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. .... ว่าจะมีการทบทวนเรื่องการใช้อวนล้อมจับที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า 2.5 เซนติเมตร ทำการประมงในเวลากลางคืนอย่างไร ซึ่งจะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้าน อยู่ภายใต้แนวทาง กฎเกณฑ์ และมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างคุ้มค่าและเหมาะสม และในขณะเดียวกันก็ต้องมุ่งรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำให้อยู่ในภาวะที่เป็นแหล่งอาหารของมนุษยชาติอย่างยั่งยืนเป็นสำคัญด้วย