ปัจจุบันโลกต้องเผชิญกับภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินที่มีความรุนแรง ซึ่งเกิดขึ้นอย่างกะทันหันมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหว พายุ คลื่นสึนามิ ไฟป่า และเหตุฉุกเฉินด้านความมั่นคง แต่เครื่องมือในการแจ้งเตือนภัยที่เป็นระบบการสื่อสารแบบดั้งเดิม เช่น ระบบข้อความสั้น (SMS) หรือการประกาศผ่านสื่อโทรทัศน์และวิทยุ ยังมีข้อจำกัดทั้งด้านความเร็ว ปริมาณผู้รับ และเงื่อนไขการเข้าถึงข้อมูล ดังนั้น ระบบ Cell Broadcast (CB) จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแจ้งเตือนภัยผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเรียลไทม์ เน้นความรวดเร็ว ครอบคลุม และไม่ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยที่มาของระบบ Cell Broadcast นั้น เกิดจากข้อตกลงในระดับสากลที่ได้รับการผลักดันจากองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแจ้งเตือนภัยพิบัติขนาดใหญ่ ลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมีความแตกต่างจากระบบข้อความสั้น (SMS) ตรงวิธีการส่งข้อความสั้น (SMS) ต้องอิงตามข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้กับเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ แต่ระบบ Cell Broadcast จะใช้วิธีการส่งข้อความแบบกลุ่มไปยังโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในรัศมีของสถานีฐาน (Cell Site) ภายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ด้วยการส่งข้อมูลผ่านช่องสัญญาณพิเศษ สำหรับจุดเด่นของระบบ Cell Broadcast คือ สามารถกระจายข้อความแจ้งเตือนภัยได้ โดยการส่งข้อความพร้อมกันให้ผู้รับจำนวนไม่จำกัดภายในพื้นที่เป้าหมาย โทรศัพท์มือถือทุกเครื่องที่เปิดใช้งานและอยู่ภายในพื้นที่นั้นจะได้รับข้อความอัตโนมัติ อีกทั้งไม่จำเป็นต้องทราบหมายเลขโทรศัพท์หรือข้อมูลระบุตัวบุคคลของผู้รับ รวมทั้งไม่ต้องพึ่งพาเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญในสถานการณ์ภัยพิบัติที่ต้องการความเร่งด่วน
ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความสำคัญกับการนำระบบ Cell Broadcast มาใช้เป็นเครื่องมือที่สำคัญเพื่อแจ้งเตือนภัยสาธารณะระดับชาติ โดยการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อ นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ถึงแนวทางการบริหารจัดการภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเสนอให้พิจารณาการพัฒนาระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และเข้าถึงประชาชนได้อย่างทันท่วงที เพราะจะเห็นได้ว่า แม้ประเทศไทยจะมีระบบแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast แล้ว แต่ยังขาดระบบแจ้งเตือนในรูปแบบ Emergency Alert หรือ Extreme Alert ที่สามารถกระตุ้นให้ประชาชนเตรียมการอพยพได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐควรเร่งดำเนินการเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน รวมทั้งได้เสนอให้มีการปรับปรุงระเบียบปฏิบัติประจำ (Standard Operating Procedure: SOP) ด้านการแจ้งเตือนภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเน้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทในกระบวนการแจ้งเตือนภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การแจ้งเตือนภัยเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ตรงจุด และมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ได้พิจารณาศึกษาเรื่อง ติดตามความคืบหน้าการให้บริการระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินแก่ประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ (Cell Broadcast Service) โดยมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ดังนี้
ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้มีการจัดทำระเบียบปฏิบัติประจำ (Standard Operating Procedure: SOP) ในการแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast และมาตรฐานการแจ้งเตือนภัย (CAP) เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านการแจ้งเตือนภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน ขณะนี้ได้ทำระเบียบปฏิบัติประจำ (SOP) ในการแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast แล้วเสร็จ จำนวน 8 ประเภทภัย ได้แก่
รวมทั้งกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำร่างมาตรฐานเพิ่มเติมอีก จำนวน 6 ประเภทภัย ได้แก่
ดังนั้น ระบบ Cell Broadcast จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการแจ้งเตือนภัยที่ช่วยส่งข้อมูลได้รวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัยโดยไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ในสถานการณ์ฉุกเฉินจะสามารถแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชนได้ทันต่อสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของระบบ Cell Broadcast นั้น ยังขึ้นอยู่กับการประสานงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน เพื่อให้การแจ้งเตือนภัยสามารถป้องกันความสูญเสียและเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง
Copyright © 2022 National Assembly Library of Thailand
The Secretariat of the House of Representatives
1111 Samsen Road, Thanon Nakhon Chai Si, Dusit, Bangkok 10300, THAILAND
Tel: +66(0) 2242 5900 ex 5714, 5715, 5721-22 Fax: +66(0) 2242 5990
E-mail: library@parliament.go.th