ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. ....

Script Writer
พิธุวรรณ กิติคุณ, วิทยากรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานบริการวิชาการ 1 สำนักวิชาการ
Broadcast Date
2025-12
Publication type
Publisher
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

ทุกท่านในฐานะประชาชนคนไทยย่อมต้องได้เคยติดต่อกับหน่วยงานราชการ หลายหน่วยงานที่ติดต่อด้วยนั้นบางครั้งท่านอาจพบกับความรวดเร็ว แต่บางครั้งท่านอาจพบกับความล่าช้า ประเทศไทยจึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 เพื่อเป็นกฎหมายกลางสำหรับกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาต และมีการจัดตั้งศูนย์บริการร่วมเพื่อรับคำร้อง รวมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์รับคำขออนุญาต ณ จุดเดียว อันเป็นการอำนวย  ความสะดวกให้แก่ประชาชน ภายหลังจากที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ ทบทวน และประเมินผลสัมฤทธิ์พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 พบว่ากฎหมายดังกล่าวมีความจำเป็นและก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน อย่างมาก แต่สมควรปรับปรุง แก้ไข และเพิ่มเติมหลักการสำคัญบางประการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้มากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม   และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป สำนักงาน ก.พ.ร. จึงเสนอร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อปรับปรุงพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและให้เสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันพุธที่ 15 มกราคม 2568 และวันพุธที่ 22 มกราคม 2568 โดยที่ประชุมเห็นชอบให้นำร่างพระราชบัญญัติที่มีสาระสำคัญทำนองเดียวกันอีก 1 ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและ  การให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ .... ที่เสนอโดยนายวรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ มาพิจารณารวมกัน โดยที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับ ในวาระที่หนึ่ง และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา โดยถือเอาร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักในการพิจารณา

ต่อมาในวันพุธที่ 27 สิงหาคม 2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาในวาระที่สอง แล้วลงมติในวาระที่สาม เห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... มีประเด็นสาระสำคัญ คือ

  1. (1) ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558
  2. (2) การออกกฎจะต้องคำนึงถึงความสะดวก รวดเร็ว และสร้างภาระแก่ประชาชนน้อยที่สุด
  3. (3) กำหนดให้มีศูนย์บริการร่วมเพื่อให้บริการเกี่ยวกับคำขอและบริการต่าง ๆ ไว้   ณ ที่เดียวกัน และการให้บริการของศูนย์จะต้องให้บริการผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย
  4. (4) กำหนดให้ผู้อนุญาตจัดทำคู่มือสำหรับประชาชน
  5. (5) กำหนดหลักเกณฑ์การชำระค่าธรรมเนียมแทน  การยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต
  6. (6) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับใบอนุญาตหลักและใบอนุญาตรอง
  7. (7) กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ระบบอนุญาตโดยปริยายแก่กิจการหรือการดำเนินการที่ไม่มีความเสี่ยงสูง
  8. (8) การแจ้งความเพื่อเป็นหลักฐานในการขอออกใบแทนใบอนุญาต ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตนั้น โดยไม่ต้องแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจอีก
  9. (9) ให้มีศูนย์รับคำขอกลางโดยดำเนินการผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับคำขอต่าง ๆ ตามกฎหมาย และ
  10. (10)  การจัดให้มีช่องทางพิเศษแบบเร่งด่วนในการรับอนุญาตหรือบริการในระยะเวลารวดเร็วเป็นพิเศษกว่าที่กำหนดในคู่มือสำหรับประชาชน โดยยินยอมเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ต่อมาในวันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2568 ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาและลงมติในวาระที่หนึ่งรับร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน   พ.ศ. .... ไว้พิจารณา และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อพิจารณา และในวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาในวาระที่สอง แล้วลงมติในวาระที่สามเห็นชอบให้แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 23  โดยให้เพิ่มเติมกรณี “ก่อนที่จะตราพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับกิจการหรือการดำเนินการใดไม่มีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดสาธารณภัยหรือก่ออันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง คณะรัฐมนตรีจะต้องส่งร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพิจารณาก่อนเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วันในสมัยประชุมของรัฐสภา” และวุฒิสภาได้ส่งร่างพระราชบัญญัติกลับมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้พิจารณาว่าจะเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 ส่งผลให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องตกไป แต่คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปสามารถร้องขอต่อรัฐสภา เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อไปได้ แต่ต้องร้องขอภายใน 60 วันนับแต่ วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป

หากร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา และมีผลใช้บังคับแล้ว จะทำให้ประชาชนได้รับ  การบริการที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น โดยมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการติดต่อราชการในแต่ละขั้นตอนที่ชัดเจน ลดขั้นตอนการอนุญาตที่ไม่จำเป็น นำเทคโนโลยีมาใช้ในการอนุญาตและการให้บริการภาครัฐ และให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจในการอนุมัติ อนุญาต ได้เพียงเท่าที่จำเป็น อันเป็นการลดภาระและต้นทุนของประชาชน รวมทั้งจะเป็นผลดีต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในภาพรวมอีกด้วย