บทบาทสภาผู้แทนราษฎรกับการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

Script Writer
ยุทธพงศ์ ปิ่นอนงค์, นิติกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานบริการวิชาการ 1 สำนักวิชาการ
Broadcast Date
2025-10
Publication type
Publisher
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

ปัญหาความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาที่นำไปสู่ความรุนแรง ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งการบาดเจ็บและการสูญเสียชีวิตทหารของทั้ง 2 ประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่แต่ละฝ่ายต่างอ้างอิงแผนที่คนละฉบับในการกำหนดเส้นเขตแดนร่วมกัน โดยไทยใช้แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ในขณะที่กัมพูชาใช้แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ทำให้เกิดปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิความเป็นความเป็นเจ้าของอยู่บ่อยครั้ง นำมาซึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงจากการปะทะกันของกำลังทหารทั้ง 2 ฝ่าย ในปี 2554 และ 2568 สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นสถาบันนิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้งประชาชน ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ภายหลังจากเกิดการปะทะกันด้วยอาวุธหนักบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่องหลายแห่ง เช่น บริเวณพื้นที่ฐานหมูป่าฐานพดุง เนิน 500 ในจังหวัดอุบลราชธานี และบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. บ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ทหาร พลเรือนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งจากพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล และพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ต่างก็ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 54 (1) ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็น เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา และนำความเห็นและข้อเสนอแนะดังกล่าวนั้นส่งไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบและได้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาทั้งหมด 7 ญัตติ ดังต่อไปนี้

  1. 1. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และแนวทางในการแก้ปัญหาต่อกรณีการปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา เพื่อเสนอต่อรัฐบาล ซึ่งนายธเนศ เครือรัตน์ เป็นผู้เสนอ
  2. 2. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรร่วมกันพิจารณาปัญหาพิพาทชายแดนกัมพูชาที่มีทีท่าจะขยายเป็นสงครามเพื่อเสนอแนะต่อรัฐบาล ซึ่งนายวิทยา แก้วภราดัย เป็นผู้เสนอ
  3. 3. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษามาตรการดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุดของประชาชนตามแนวชายแดนเพื่อเสนอต่อรัฐบาล ซึ่งนายวุฒิพงษ์ นามบุตร เป็นผู้เสนอ
  4. 4. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหาเหตุการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แนวทางในการช่วยเหลือผู้อพยพ และการดำเนินการลดความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อเสนอต่อรัฐบาล ซึ่งนางปทิดา ตันติรัตนานนท์ เป็นผู้เสนอ
  5. 5. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ในมุมมองต่างประเทศ เพื่อเสนอต่อรัฐบาล ซึ่งนายกัณวีร์ สืบแสง เป็นผู้เสนอ
  6. 6. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการรับมือความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ที่นำไปสู่ภาวะการรบซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและประชาชนชาวไทย ซึ่งนายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้เสนอ
  7. 7. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและหาทางออกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านเศรษฐกิจ สังคม และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนไทยต่อปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งนายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้เสนอ 

ภายหลังจากที่ผู้เสนอญัตติทั้ง 7 ฉบับได้แถลงเหตุผลในการเสนอญัตติ โดยได้แสดงถึงความกังวลในประเด็นความขัดแย้งตามแนวชายแดน มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งด้านความมั่นคง การต่างประเทศ การช่วยเหลือประชาชนตามแนวชายแดน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ภายหลังเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จากนั้นก่อนที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ร้องขอให้ดำเนินการประชุมลับ เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงของชาติและส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงได้ดำเนินการประชุมลับตามข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 18 วรรคหนึ่ง และที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้ส่งญัตติทั้งหมดให้คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาดำเนินการต่อไป

การเสนอญัตติดังกล่าวเพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสะท้อนความเดือดร้อนและปัญหาที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ให้คณะรัฐมนตรีทราบ ซึ่งจะช่วยให้คณะรัฐมนตรีมีข้อมูลประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่ครบถ้วน รอบด้าน และสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น 

นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานหน่วยประจำชาติไทยในสหภาพรัฐสภา (IPU) ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อเหตุการณ์ปะทะระหว่างไทยและกัมพูชา โดยมีใจความสำคัญว่า รัฐสภาไทยขอเรียกร้องให้ประเทศกัมพูชาหยุดเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลง ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในกฎบัตรสหประชาชาติ หลักมนุษยธรรมสากล การคุ้มครองชีวิตพลเรือนและข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และยังได้แสดงความขอบคุณต่อประธานอาเซียนและประเทศพันธมิตรที่สนับสนุนกระบวนการเจรจาหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 พร้อมยืนยันว่าไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด รวมทั้งเสนอให้ประธานอาเซียนจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์จากประเทศต่าง ๆ เพื่อร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาทางยุติความขัดแย้งอย่างยั่งยืนอีกด้วย