ร่างพระราชบัญญัติลำไย พ.ศ. .... : กฎหมายเพื่อการส่งเสริมและบริหารจัดการลำไยทั้งระบบ

Script Writer
วันวิภา สุขสวัสดิ์, นิติกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานบริการวิชาการ 2 สำนักวิชาการ
Broadcast Date
2025-10
Publication type
Publisher
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

“ลำไย” หนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทยซึ่งสร้างรายได้เข้าประเทศจากการส่งออกเป็นหลัก เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาดอาเซียนและตลาดโลก ลำไยยังจัดอยู่ในผลไม้ที่มีการส่งออกมากที่สุดของไทย 3 อันดับแรก ได้แก่ ทุเรียน ลำไย และมังคุด โดยประเทศที่มีการนำเข้าลำไยสดของไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย และฮ่องกง อย่างไรก็ตาม แม้ลำไยและผลิตผลจากลำไยจะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ แต่ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกลำไยก็ยังไม่ได้มีรายได้ที่ดี เนื่องจากความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจนส่งผลให้ผลผลิตล้นตลาด ประกอบกับเกษตรกรผู้ปลูกลำไยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยที่ยังขาดการบริหารจัดการผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ได้สั่งสมมาอย่างยาวนาน

การส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนลำไยและผู้ประกอบกิจการลำไย เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของลำไยในระยะยาวให้กับเกษตรกรผู้ปลูกลำไยทั้งประเทศได้ครบทุกมิติ จำเป็นต้องมีการจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเป้าหมายการพัฒนาให้ลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างยั่งยืน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคการเมืองจึงได้ร่วมกันผลักดันเพื่อให้มีกฎหมายเฉพาะพืชลำไยในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของลำไยในระยะยาว โดยการเสนอร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ลำไย พ.ศ. .... จำนวน 3 ฉบับ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในคราวประชุมเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 ประกอบด้วย ร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ลำไย พ.ศ. .... นายรังสรรค์ มณีรัตน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติลำไย พ.ศ. .... นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ กับคณะ เป็นผู้เสนอ และร่างพระราชบัญญัติลำไย พ.ศ. .... นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก กับคณะ เป็นผู้เสนอ ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแล้ว ได้มีมติรับหลักการในวาระที่ 1 และให้ใช้ร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ลำไย พ.ศ. .... ของนายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่ 2 ขั้นคณะกรรมาธิการ ซึ่งภายหลังได้ตัดคำว่า “ยุทธศาสตร์” ออกจากชื่อร่างพระราชบัญญัติ เพื่อให้กฎหมายนี้มีความหมายกว้างและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงมุ่งให้เป็นกฎหมายหลักในการกำกับดูแลและส่งเสริมพืชเศรษฐกิจลำไยโดยไม่จำกัดเฉพาะกรอบด้านยุทธศาสตร์เพียงอย่างเดียว

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติลำไย พ.ศ. .... มีดังนี้

  1. (1) กำหนดให้มีการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาลำไย เพื่อกำหนดเป็นเป้าหมายและใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการต่าง ๆ
  2. (2) กำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาลำไย ทำหน้าที่เป็นผู้จัดทำร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาลำไย
  3. (3) คณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาลำไย ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นรองประธาน กรรมการโดยตำแหน่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 7 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 4 คน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้ประกอบกิจการลำไย นักวิชาการด้านการเกษตรและพันธุ์พืช รวมถึงมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกลำไย จำนวน 7 คน ซึ่งประธานแต่งตั้งจากผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกลำไยที่ได้รับคัดเลือกในแต่ละพื้นที่
  4. (4) เมื่อจัดทำร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาลำไยและแผนปฏิบัติเพื่อการพัฒนาและบริหารจัดการลำไยทั้งระบบเสร็จแล้ว ให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้หน่วยงานของรัฐทราบและถือปฏิบัติ
  5. (5) ให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาลำไยต้องจัดใหมีการทบทวนยุทธศาสตร์การพัฒนาลำไยและแผนปฏิบัติการทุกปี
  6. (6) กำหนดให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาลำไย และจัดให้มีการเผยแพร่รายงานสรุปผลการดำเนินการประจำปีให้ประชาชนทราบทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อประโยชน์ในการมีส่วนร่วมของประชาชน

ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติผ่านร่างพระราชบัญญัติลำไย พ.ศ. .... ในวาระที่ 3 แล้วเมื่อวันที่17 กันยายน 2568 และส่งให้วุฒิสภาพิจารณา ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาในวาระที่ 2 ของวุฒิสภา โดยวุฒิสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

ดังนั้น ถ้าร่างพระราชบัญญัติลำไย พ.ศ. .... ฉบับนี้ได้ผ่านการพิจารณาจากวุฒิสภาและประกาศใช้เป็นกฎหมาย จะถือเป็นกฎหมายระดับพระราชบัญญัติที่บังคับใช้เฉพาะพืชซึ่งเป็นผลไม้ชนิดเดียวฉบับแรกของไทย อีกทั้งยังเป็นกฎหมายกลางที่ให้ความคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ของลำไยในทุกมิติ อย่างไรก็ตาม การมีกฎหมายเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาลำไยนั้นเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นแต่สิ่งสำคัญภายหลังจากมียุทธศาสตร์การพัฒนาลำไย คือ การทำให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการการทำงานร่วมกันจากทุกภาคส่วน เพื่อช่วยลดช่องว่างในการดำเนินการระหว่างภาครัฐกับเอกชน ให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและมีแนวทางในการแก้ไขปัญหา ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรผู้ปลูกลำไยและผู้ประกอบกิจการลำไยให้มีความยั่งยืนต่อไป