คุณภาพการยกร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

Script Writer
ปิยะวรรณ ปานโต, วิทยากรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา สำนักวิชาการ
Broadcast Date
2026-03
Publication type
Publisher
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

โดยทั่วไป “กฎหมาย” มีไว้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐในการกำหนดแนวทางการดำเนินชีวิตของคนในสังคม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมความเท่าเทียม และความสงบสุขร่วมกันภายในประเทศ นอกจากนี้ กฎหมายยังเป็นกลไกที่ช่วยให้รัฐสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงของประเทศโดยรวมอีกด้วย

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 77 กำหนดให้รัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นก่อนที่รัฐสภาจะตราออกมาเป็นกฎหมายใช้บังคับกับประชาชน และต้องนำความเห็นของประชาชนผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ได้รับผลกระทบจากร่างกฎหมายนั้นมาประกอบการพิจารณาในทุกขั้นตอนเมื่อพิจารณาช่องทางการเสนอร่างกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีของร่างพระราชบัญญัติ ตามมาตรา 133 ของรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดไว้ 3 ช่องทาง คือ

  1. 1) คณะรัฐมนตรี
  2. 2) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคน และ
  3. 3) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ตามหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย และหมวด 5 ว่าด้วยหน้าที่ของรัฐ

ทั้งนี้ การเสนอร่างพระราชบัญญัติจะต้องเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน เมื่อสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบจะส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาต่อไป

การตรากฎหมายแต่ละฉบับจำเป็นต้องผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบจากทั้งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย และที่ประชุมวุฒิสภา ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่สำคัญในการกลั่นกรอง ตรวจสอบ และถ่วงดุลความเหมาะสมของร่างกฎหมาย ทั้งในด้านเนื้อหา หลักการ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้กฎหมายที่ประกาศใช้มีความถูกต้องตามหลักนิติรัฐ มีความชอบธรรม และสอดคล้องกับประโยชน์ของประชาชนและสังคมส่วนรวมตามหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

ในทางปฏิบัติที่ผ่านมา พบว่า การพิจารณาร่างกฎหมายบางฉบับประสบปัญหาความล่าช้าโดยเฉพาะร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งอาจเกิดจากข้อจำกัดของกระบวนการนิติบัญญัติที่มีความซับซ้อนของเนื้อหากฎหมาย บริบททางการเมือง อีกทั้งยังขาดข้อกำหนดที่เข้มงวดเกี่ยวกับการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะและผู้มีส่วนได้เสีย ส่งผลให้ข้อมูลประกอบร่างกฎหมายบางฉบับไม่ครอบคลุม ทำให้เกิดอุปสรรคในกระบวนการร่างกฎหมาย เมื่อเปรียบเทียบกับร่างกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางวิชาการและด้านเทคนิคจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) โดยยึดหลักการว่ากฎหมายที่ดีควรมี “โครงสร้างและกลไกที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนไป” อันจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ลดอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

จากผลการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่า มีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ส่งผลต่อคุณภาพของการยกร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งสามารถ

สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

  1. 1. ด้านกระบวนการ มีการตรวจสอบความจำเป็นในการตรากฎหมาย โดยจะต้องแสดงเหตุผลและความจำเป็นหรือหลักฐานที่ชัดเจน และมีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน
  2. 2. ด้านเนื้อหาและรูปแบบ จะต้องมีความชัดเจน เข้าใจง่าย ถูกต้องทางกฎหมาย มีความสอดคล้องและมีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ซึ่งร่างกฎหมายบางฉบับมีเนื้อหาซับซ้อนและมีผลกระทบหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการบริหารราชการแผ่นดิน จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับกระบวนการนิติบัญญัติในต่างประเทศ พบว่า จะมีความสอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของระบบรัฐสภาของแต่ละประเทศ และยังคงมุ่งเน้นการคงไว้ซึ่งบทบาทหลักของรัฐสภาในฐานะองค์กรนิติบัญญัติที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรากฎหมาย รวมถึงการกำกับและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร ขณะที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้สนับสนุนการดำเนินงานด้านการตรากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรให้มีประสิทธิภาพ ดังนี้

  1. 1. ด้านวิชาการ จัดทำข้อมูลทั้งในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์และเอกสารให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ
  2. 2. ด้านงบประมาณจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการตรากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ
  3. 3. ด้านบุคลากร มีการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในด้านความรู้และทักษะที่จำเป็นในการสนับสนุนการตรากฎหมาย
  4. 4. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการสนับสนุนการตรากฎหมาย ตั้งแต่ขั้นตอนผู้เสนอร่างกฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎรจนร่างกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมาย หรือสิ้นสุดกระบวนการ และ
  5. 5. ด้านการดำเนินงานมีหน่วยงานสนับสนุนด้านการยกร่างกฎหมายให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีความประสงค์จะเสนอร่างกฎหมายต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมาย ที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมาย

ทั้งนี้ การสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว สามารถพัฒนาศักยภาพของรัฐสภาไทยให้ทันต่อบริบทสากล ส่งผลให้ได้กฎหมายที่มีคุณภาพ สามารถบังคับใช้ได้จริง ก่อให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งเป็นการรักษาดุลยภาพแห่งอำนาจและเสถียรภาพของระบบการปกครองตามหลักประชาธิปไตยแบบรัฐสภาต่อไป