ไซเตส (CITES) : อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์

Script Writer
วิจิตรา ประยูรวงษ์, วิทยากรเชี่ยวชาญ กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา สำนักวิชาการ
Broadcast Date
2025-06
Publication type
Publisher
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

ไซเตส (CITES) อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อนุสัญญาวอชิงตัน (Washington Convention) เป็นสนธิสัญญาซึ่งเริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการค้าระหว่างประเทศในชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์หรือถูกคุกคาม โดยการสร้างเครือข่ายในการควบคุมการค้าระหว่างประเทศทั้งสัตว์ป่าและพืชป่าที่มีชีวิต ซาก และผลิตภัณฑ์ ปัจจุบัน ปี 2568 มีประเทศภาคีสมาชิกกว่า 180 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยซึ่งเข้าร่วมเมื่อปี 2526 สำหรับชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ไซเตสควบคุม จะต้องมีใบอนุญาตควบคุมการส่งออก (Export) นำเข้า (Import) นำผ่าน (Transit) และส่งกลับออกไป (Re-export) ที่ระบุไว้ในบัญชีหมายเลข 1, 2 และ 3 (Appendix) ของอนุสัญญาฯ ตามระดับความเสี่ยง ดังนี้

บัญชีหมายเลข 1 เป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ห้ามค้าโดยเด็ดขาด ยกเว้นเพื่อการศึกษา วิจัย หรือเพาะพันธุ์ ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากประเทศที่จะนำเข้าเสียก่อน ประเทศส่งออกจึงจะออกใบอนุญาตส่งออกได้ ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงความอยู่รอดของชนิดพันธุ์นั้น ๆ เป็นสำคัญ เช่น ลิงอุรังอุตัง เสือโคร่ง ช้างเอเชีย เป็นต้น

บัญชีหมายเลข 2 เป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ยังไม่ใกล้สูญพันธุ์ สามารถค้าได้แต่ต้องมีการควบคุมเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ประโยชน์ที่มากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อการอยู่รอดของชนิดพันธุ์ ทั้งนี้ ชนิดพันธุ์ในบัญชีหมายเลข 2 ยังครอบคลุมถึงชนิดพันธุ์ที่มีความคล้ายคลึงกันด้วย โดยประเทศส่งออกจะต้องออกใบอนุญาตส่งออกเพื่อรับรองว่าการส่งออกแต่ละครั้งจะไม่กระทบต่อการดำรงอยู่ของชนิดพันธุ์นั้น ๆ ในธรรมชาติ ครอบคลุมชนิดที่ยังไม่ใกล้สูญพันธุ์แต่มีแนวโน้มถูกคุกคามหากไม่มีการควบคุม การค้าที่จะต้องได้รับอนุญาตผ่านใบอนุญาตไซเตส เช่น ลิ่น นกขุนทอง งูเหลือม เป็นต้น

บัญชีหมายเลข 3 เป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของภาคีใดภาคีหนึ่งอยู่แล้ว และต้องการขอความร่วมมือจากภาคีอื่น ๆ ช่วยควบคุมการค้าด้วย เช่น ควายป่า (ในเนปาล) นกกระทาดงปักษ์ใต้ (ในมาเลเซีย) เต่าอัลลิเกเตอร์ (ในสหรัฐอเมริกา) เป็นต้น

ระบบใบอนุญาตไซเตสเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุม โดยต้องมีการตรวจสอบแหล่งที่มา และความถูกต้องของเอกสารก่อนอนุญาตให้ส่งออกหรือนำเข้าสัตว์หรือพืชดังกล่าว ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง อีกทั้งยังเป็นจุดผ่านหลักของการค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ ไซเตสจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือหน่วยงานไทย เช่น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการควบคุม ตรวจสอบ และจับกุมการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย กรณีลิงอุรังอุตังที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยเหลือลูกลิงอุรังอุตัง 2 ตัวจากการลักลอบค้าสัตว์ป่าในกรุงเทพฯ และจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการขายสัตว์ป่าผิดกฎหมาย เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความสำคัญของไซเตสในการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการดำเนินการกับการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย 

นอกจากนี้ ไซเตสยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับสากล โดยเฉพาะในกรณีของงาช้าง เสือ หรือตะพาบน้ำขนาดใหญ่ ที่ได้รับความสนใจจากนานาชาติ แม้ไซเตสจะช่วยลดการล่าสัตว์และพืชหายากลงในระดับหนึ่ง แต่การลักลอบค้าสัตว์ป่ายังคงมีอยู่มาก โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ แนวทางในการแก้ปัญหาที่สำคัญ คือ การเพิ่มขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่และการพัฒนาเทคโนโลยีในการตรวจสอบ เช่น การใช้ดีเอ็นเอบาร์โค้ด (DNA barcoding) เพื่อนำมาใช้ในการระบุชนิดของสิ่งมีชีวิต และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงการปลูกฝังจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นถึงคุณค่าของสัตว์และพืชหายากมากกว่าผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ ดังนั้น ไซเตส จึงเป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ผ่านการควบคุมการค้า โดยใช้กลไกที่เป็นระบบและได้รับความร่วมมือจากนานาชาติ ประเทศไทยในฐานะสมาชิกสามารถใช้กลไกของไซเตสเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง