ปัญหาความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาที่นำไปสู่ความรุนแรง ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งการบาดเจ็บและการสูญเสียชีวิตทหารของทั้ง 2 ประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่แต่ละฝ่ายต่างอ้างอิงแผนที่คนละฉบับในการกำหนดเส้นเขตแดนร่วมกัน โดยไทยใช้แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ในขณะที่กัมพูชาใช้แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ทำให้เกิดปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิความเป็นความเป็นเจ้าของอยู่บ่อยครั้ง นำมาซึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงจากการปะทะกันของกำลังทหารทั้ง 2 ฝ่าย ในปี 2554 และ 2568 สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นสถาบันนิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้งประชาชน ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ภายหลังจากเกิดการปะทะกันด้วยอาวุธหนักบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่องหลายแห่ง เช่น บริเวณพื้นที่ฐานหมูป่าฐานพดุง เนิน 500 ในจังหวัดอุบลราชธานี และบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. บ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ทหาร พลเรือนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งจากพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล และพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ต่างก็ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 54 (1) ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็น เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา และนำความเห็นและข้อเสนอแนะดังกล่าวนั้นส่งไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบและได้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาทั้งหมด 7 ญัตติ ดังต่อไปนี้
ภายหลังจากที่ผู้เสนอญัตติทั้ง 7 ฉบับได้แถลงเหตุผลในการเสนอญัตติ โดยได้แสดงถึงความกังวลในประเด็นความขัดแย้งตามแนวชายแดน มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งด้านความมั่นคง การต่างประเทศ การช่วยเหลือประชาชนตามแนวชายแดน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ภายหลังเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จากนั้นก่อนที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ร้องขอให้ดำเนินการประชุมลับ เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงของชาติและส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงได้ดำเนินการประชุมลับตามข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 18 วรรคหนึ่ง และที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้ส่งญัตติทั้งหมดให้คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาดำเนินการต่อไป
การเสนอญัตติดังกล่าวเพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสะท้อนความเดือดร้อนและปัญหาที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ให้คณะรัฐมนตรีทราบ ซึ่งจะช่วยให้คณะรัฐมนตรีมีข้อมูลประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่ครบถ้วน รอบด้าน และสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น
นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานหน่วยประจำชาติไทยในสหภาพรัฐสภา (IPU) ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อเหตุการณ์ปะทะระหว่างไทยและกัมพูชา โดยมีใจความสำคัญว่า รัฐสภาไทยขอเรียกร้องให้ประเทศกัมพูชาหยุดเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลง ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในกฎบัตรสหประชาชาติ หลักมนุษยธรรมสากล การคุ้มครองชีวิตพลเรือนและข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และยังได้แสดงความขอบคุณต่อประธานอาเซียนและประเทศพันธมิตรที่สนับสนุนกระบวนการเจรจาหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 พร้อมยืนยันว่าไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด รวมทั้งเสนอให้ประธานอาเซียนจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์จากประเทศต่าง ๆ เพื่อร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาทางยุติความขัดแย้งอย่างยั่งยืนอีกด้วย
Copyright © 2022 National Assembly Library of Thailand
The Secretariat of the House of Representatives
1111 Samsen Road, Thanon Nakhon Chai Si, Dusit, Bangkok 10300, THAILAND
Tel: +66(0) 2242 5900 ex 5714, 5715, 5721-22 Fax: +66(0) 2242 5990
E-mail: library@parliament.go.th