การส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมืองมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย

Script Writer
วิชาญ ทรายอ่อน, วิทยากรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานบริการวิชาการ 3 สำนักวิชาการ
Broadcast Date
2025-09
Publication type
Publisher
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

เด็กและเยาวชน คือ ทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมจึงเป็นภารกิจที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่เพียงช่วยให้ประเด็นปัญหาและข้อเสนอของเด็กและเยาวชนได้รับการพิจารณาจากรัฐเพื่อกำหนดนโยบายสำหรับการบริหารประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมประชาธิปไตยให้กับคนทุกช่วงวัย

การส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ปัจจุบันภาครัฐได้มีการจัดตั้งหน่วยงานและออกกฎหมายหลายฉบับ เพื่อสนับสนุนบทบาทและการพัฒนาการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง เช่น พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550 อย่างไรก็ตาม การมีส่วนร่วมทางการเมืองของเด็กและเยาวชนในระบอบประชาธิปไตยยังคงมีข้อจำกัด ได้แก่ การขาดการรับฟังและนำข้อเสนอแนะไปพิจารณาอย่างจริงจัง และการขาดความเชื่อมั่นในศักยภาพของเด็กและเยาวชน รวมถึงการขาดความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาที่เด็กและเยาวชนให้ตรงกับความต้องการและทันกับสถานการณ์ ดังนั้น การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนจึงไม่ควรจำกัดเพียงการเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น แต่ต้องขยายขอบเขตไปถึงการให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจอย่างแท้จริง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาญัตติประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับการส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมือง มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย จำนวน 2 ญัตติ ญัตติแรกเสนอโดย นายชัชวาลล์ คงอุดม เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาเรื่อง "การสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ประเด็นนี้เป็นการเน้นถึงรากฐานสำคัญของการพัฒนาพลเมืองให้สอดคล้องกับระบอบการปกครองของประเทศไทยในปัจจุบัน อีกญัตติหนึ่งเสนอ โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนายฉัตร สุภัทรวณิชย์ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อเสนอในการส่งเสริมเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย โดยมองว่าเยาวชน คือ พลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนและสร้างสรรค์ประชาธิปไตยให้แข็งแรงและเติบโตอย่างยั่งยืน และที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ไปดำเนินการศึกษา เมื่อคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ศึกษาเสร็จแล้วได้นำรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อเสนอในการส่งเสริมเยาวชนและสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย มารายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม 2568 ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นด้วยกับรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ และให้ส่งไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไป 

ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะในการเพิ่มการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเด็กและเยาวชน จากรายงานดังกล่าวมีประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่

  1. 1) การทบทวนอายุขั้นต่ำในการมีสิทธิเลือกตั้งและสิทธิ ในการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรง ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกกำลังพิจารณาลดเกณฑ์อายุเพื่อให้คนรุ่นใหม่มีสิทธิเลือกตั้งได้เร็วขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองและได้รับการฟังจากสถาบันการเมืองมากขึ้น
  2. 2) การทบทวนอายุขั้นต่ำในการลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถได้ ก้าวเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชน
  3. 3) การเพิ่มช่องทางการมีส่วนร่วมโดยตรง เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีอิทธิพลต่อประเด็นนโยบายได้อย่างต่อเนื่อง ควรเพิ่มช่องทางการมีส่วนร่วมที่หลากหลาย เช่น การจัดตั้งระบบเสนอข้อเรียกร้องออนไลน์ หรือการฟื้นฟูสิทธิในการเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คนรุ่นใหม่สามารถติดตาม ตรวจสอบ และถ่วงดุลอำนาจของผู้กำหนดนโยบายได้มากขึ้น  
  4. 4) การปรับรูปแบบและวิธีการมีส่วนร่วมให้เข้าถึงง่ายขึ้นด้วย การใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและช่องทางออนไลน์ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ จะช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงข้อมูลและกระตุ้นการมีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดนโยบายอย่างกระตือรือร้นมากขึ้น และ
  5. 5) การพัฒนากลไกประเมินผลกระทบของกฎหมายและนโยบายต่อเด็กและเยาวชน (Child and Youth Impact Assessment: CYIA) การมีกลไกนี้จะช่วยเพิ่มความรับผิดชอบของรัฐในการพิจารณากฎหมายและนโยบายต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนคนรุ่นถัดไป 

การเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้เด็กและเยาวชนไม่เพียงแต่เป็นการให้สิทธิ แต่ยังเป็นการสร้างสังคมที่เคารพในศักดิ์ศรีและความคิดเห็นของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เมื่อเสียงของคนรุ่นใหม่ถูกรับฟังอย่างแท้จริงจะเป็นการพัฒนาทักษะพลเมืองของเด็กและเยาวชน และสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและความรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย การเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจจะนำมา ซึ่งนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกับยุคสมัย สร้างสังคมให้เข้มแข็งและยั่งยืน เป็นการส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมืองมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง