ร่างกฎหมายเพื่อป้องกันการฟ้องปิดปาก

Script Writer
สุภาพิชญ์ ถิระวัฒน์, นิติกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานบริการวิชาการ 1 สำนักวิชาการ
Broadcast Date
2026-05
Publication type
Publisher
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

การดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “การฟ้องปิดปาก” (Anti-Strategic Lawsuit against Public Participation: Anti-SLAPP) หมายถึง การที่คู่กรณีฝ่ายหนึ่งฟ้องคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นทางแพ่ง ทางอาญา ทางวินัย หรือทางปกครอง เพื่อข่มขู่ให้คู่กรณีอีกฝ่ายหวาดกลัว และยุติการต่อสู้เพื่อประโยชน์สาธารณะ

การฟ้องปิดปากมีความแตกต่างจากการฟ้องคดีโดยทั่วไป เนื่องจากผู้ฟ้องคดีไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชนะคดี แต่เป็นการฟ้องบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านหรือวิพากษ์วิจารณ์ผู้ฟ้องคดีเพื่อให้หยุดการแสดงความเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ (Public Interest) โดยใช้กระบวนการทางศาลเป็นเครื่องมือทำให้คู่กรณีที่ตกเป็นจำเลยในคดีได้รับความยากลำบากทั้งทางด้านการเงิน เสียเวลา ปราศจากเสรีภาพ เสียชื่อเสียง เสียสุขภาพจิต เสียขวัญกำลังใจ และเกิดความกลัวไม่กล้าออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนั้น ๆ อีก ส่งผลให้การใช้สิทธิและเสรีภาพในการมีส่วนร่วมของประชาชนในประเด็นสาธารณะเรื่องต่าง ๆ ลดน้อยถอยลง กระทบต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในกิจการสาธารณะ ตัวอย่างคดีที่เข้าข่ายลักษณะคดีฟ้องปิดปาก เช่น บริษัทเหมืองแร่ฟ้องชาวบ้านเป็นคดีแพ่งในข้อหาละเมิดจากการคัดค้านการประกอบกิจการเหมืองแร่ บริษัทจำหน่ายน้ำตาลฟ้องประชาชนเป็นคดีอาญาในข้อหาหมิ่นประมาทจากการร้องเรียนผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินการของบริษัทโดยสถิติตั้งแต่ปี 2540-2565 มีคดีที่เข้าข่ายเป็นคดีฟ้องปิดปาก รวม 109 คดี และมีผู้ถูกฟ้องคดีมากกว่า 400 คน

ปัจจุบันกลไกที่บรรเทาการฟ้องปิดปากมีปรากฏอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยให้อำนาจศาลยกฟ้องได้ตั้งแต่ในชั้นตรวจฟ้อง หากประชาชนเป็นโจทก์ฟ้องคดีเองโดยไม่สุจริต หรือโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อกลั่นแกล้งหรือเอาเปรียบจำเลย หรือฟ้องคดีโดยมุ่งหวังผลอย่างอื่นยิ่งกว่าประโยชน์ที่พึงได้โดยชอบ อันเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ถูกฟ้องร้องและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง และการกำหนดมาตรการเพื่อคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ถูกฟ้องคดีจากการฟ้องปิดปากในคดีทุจริตตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งนำหลักการของกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปากมากำหนดเป็นมาตรการคุ้มครองและช่วยเหลือประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเท่านั้น แต่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเพื่อป้องกันการฟ้องปิดปากที่ครอบคลุมในทุกมิติและยังคงมีประเด็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไข เช่น ในคดีอาญา กฎหมายในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมถึงกรณีการฟ้องปิดปากในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ทำให้จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองจากกลไกการยกฟ้องตั้งแต่ชั้นตรวจฟ้อง ในคดีแพ่ง ยังไม่มีมาตรการป้องกันการฟ้องปิดปาก ไม่มีการกำหนดขอบเขตของคดีที่เป็นการฟ้องปิดปากที่ชัดเจน รวมถึงไม่มีการกำหนดมาตรการเยียวยาความเสียหายแก่จำเลยแม้ท้ายที่สุดแล้วศาลจะมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยก็ตาม

ดังนั้น จึงได้มีแนวคิดในการเสนอร่างกฎหมายเพื่อป้องกันการฟ้องปิดปากจากหลายภาคส่วน เช่น กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม อยู่ระหว่างการจัดทำร่างพระราชบัญญัติป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน พ.ศ. .... ซึ่งให้ความคุ้มครองบุคคลทุกคนที่ต่อสู้เพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะด้วยเจตนาสุจริตในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ สิทธิผู้บริโภค ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง โดยเป็นการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมาย 4 ฉบับ ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการฟ้องปิดปากทั้งทางแพ่งและทางอาญาไว้โดยเฉพาะ

นอกจากนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ได้แก่ นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร กับคณะได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ 4 ฉบับ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการฟ้องปิดปาก ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ได้แก่

  1. 1) ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมข้อยกเว้นความรับผิดทางแพ่งในกรณีกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายโดยไม่รู้ว่าเป็นความไม่จริงและเกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมเพื่อประโยชน์สาธารณะ หากได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอตามภาวะ วิสัย และพฤติการณ์แล้ว
  2. 2) ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อคุ้มครองประชาชนที่ใช้เสรีภาพในการแสดงออก การแสดงความคิดเห็น การร้องเรียน การชุมนุม เพื่อประโยชน์สาธารณะ กำหนดกระบวนการพิจารณาคดีของศาลและการชดใช้ค่าเสียหายของโจทก์และจำเลย
  3. 3) ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อกำหนดหน้าที่และอำนาจของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และศาลในการดำเนินคดีที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมเพื่อประโยชน์สาธารณะไว้โดยเฉพาะ และ
  4. 4) ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมโทษ และเหตุยกเว้นความผิดในความผิดฐานหมิ่นประมาท และแก้ไขเพิ่มเติมโทษความผิดฐานดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ยังได้กำหนดความหมายของคำว่า “การมีส่วนร่วมเพื่อประโยชน์สาธารณะ” เพิ่มเติมด้วย เพื่อให้มีกลไกการป้องกันการฟ้องปิดปากที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การเสนอร่างกฎหมายเพื่อป้องกันการฟ้องปิดปากมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการแสดงออกในประเด็นสาธารณะ โดยป้องกันไม่ให้มีการใช้คดีความเป็นเครื่องมือในการขัดขวางการดำเนินการปกป้องประโยชน์สาธารณะของประชาชน และยังเป็นก้าวที่สำคัญในการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมให้เอื้อต่อการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชน เพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม