กระแสข่าวปลอม หรือ Fake News ปรากฏมากขึ้นในยุคปัจจุบันที่โลกอยู่บนอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีที่ทันสมัยผสมผสานกับแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้การส่งต่อข้อมูลเป็นไปอย่างอิสระ รวดเร็ว และกว้างขวางเพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคข่าวสารของคนยุคดิจิทัล สภาวะดังกล่าวมีช่องว่างให้ข่าวปลอมแพร่กระจายในวงกว้างและเกิดขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ผ่านมาได้เกิดปรากฏการณ์ที่ข้อมูลข่าวสารจำนวนมากถูกส่งต่อและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ เพื่อตอบสนองความตื่นตระหนกความวิตกกังวลและข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคอุบัติใหม่ จากสถานการณ์ดังกล่าวองค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) จัดให้ข่าวปลอมเป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากทำให้ผู้รับข้อมูลข่าวสารเกิดความเข้าใจผิดต่อโรคภัยและสุขภาพ ซึ่งก่อให้เกิดผลร้ายต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต
ปัจจุบันข่าวปลอมในประเทศไทยมีหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ขั้นสูงมาใช้สร้างภาพวิดีโอและเสียงปลอม ซึ่งทำให้แยกแยะได้ยากขึ้น โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ได้มีการรวบรวมข้อมูลกลุ่มข่าวปลอม 5 กลุ่มที่มีการส่งต่อมากที่สุด คือ
ดยข่าวปลอมเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อทั้งระดับบุคคลและสังคม
ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2562 ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเพื่อดำเนินการตรวจสอบข่าวสารบนสื่อสังคมออนไลน์ ตรวจจับข่าวปลอม และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาข่าวปลอมที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันรัฐสภาโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ติดตามและตรวจสอบการปราบปรามข่าวปลอมของรัฐบาล รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว โดยมีการตั้งกระทู้ถามสดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของข่าวปลอมซึ่งสร้างความแตกแยกเกลียดชังในสังคม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นกลาง และไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน หากรัฐบาลจัดการกับข่าวปลอมโดยเลือกข้างทางการเมือง และไม่เป็นธรรม อาจเป็นการต่อต้านการแสดงความคิดเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตได้
นอกจากการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว การจัดการกับปัญหาข่าวปลอมในปัจจุบันจำเป็นต้องใช้การป้องกันเชิงรุกและแบบบูรณาการโดยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน สำหรับมาตรการสำคัญที่มีการนำมาใช้เพิ่มเติม ได้แก่
ด้วยเหตุนี้ การจัดการข่าวปลอมของภาครัฐจึงเป็นกลไกสำคัญในการปกป้องประชาชนจากข้อมูลบิดเบือน และสร้างสิ่งแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัย โดยไม่กระทบต่อสิทธิในการรับรู้ข่าวสารและเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน
Copyright © 2022 National Assembly Library of Thailand
The Secretariat of the House of Representatives
1111 Samsen Road, Thanon Nakhon Chai Si, Dusit, Bangkok 10300, THAILAND
Tel: +66(0) 2242 5900 ex 5714, 5715, 5721-22 Fax: +66(0) 2242 5990
E-mail: library@parliament.go.th