ทางด่วนแก้หนี้

Script Writer
พิมพ์ธัญญา ฆ้องเสนาะ, วิทยากรชำนาญการ กลุ่มงานบริการวิชาการ 2 สำนักวิชาการ
Broadcast Date
2021-09
Publication type
Publisher
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

จากกรณีผู้ใช้บริการทางการเงินหรือลูกหนี้มีจำนวนผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก หรือในกรณีที่ลูกหนี้ติดต่อผู้ให้บริการทางการเงินได้แล้วแต่ข้อเสนอในเรื่องมาตรการผ่อนปรนการชำระหนี้กับผู้ให้บริการทางการเงินยังไม่มีความคืบหน้า หรือไม่ได้ช่วยลดภาระทางการเงินได้จริง หรือไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ และด้วยมาตรการการเว้นระยะห่างจากสังคมเพื่อลดการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นลูกหนี้ไม่สามารถติดต่อเจ้าหนี้หรือผู้ให้บริการทางการเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-banks) ได้อย่างสะดวก 

ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ที่ต้องการปรับปรุงเงื่อนไขหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ ให้สามารถแจ้งความต้องการไปยังผู้ให้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงได้เปิดช่องทางเสริมที่เรียกว่า "ทางด่วนแก้หนี้" ขึ้นโดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งข้อมูลติดต่อเจรจา หรือหาแนวทางไกล่เกลี่ยระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน

สำหรับลูกหนี้หรือผู้ที่สนใจต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการทางด่วนแก้หนี้สามารถลงทะเบียนผ่านทางออนไลน์ได้ที่ www.1213.or.th/App/DebtCaseโดยกรอกข้อมูลประกอบด้วย ชื่อ-นามสกุล หรือชื่อนิติบุคคล (ของลูกหนี้) เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขทะเบียนนิติบุคคล หมายเลขโทรศัพท์มือถือ อีเมล ชื่อผู้ให้บริการทางการเงิน ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เหตุผลหรือคำอธิบายประกอบคำขอ และแนวทางที่ต้องการให้ผู้ให้บริการทางการเงินพิจารณา เช่น การยืดระยะเวลาชำระหนี้ พักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย ยกเว้นหรือผ่อนปรนดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ การเปลี่ยนประเภทหนี้ เป็นต้น

ซึ่งเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนจากลูกหนี้แล้ว จะจัดส่งข้อมูลคำขอแก้หนี้ไปยังผู้ให้บริการทางการเงินที่ลูกหนี้ระบุไว้ และผู้ให้บริการทางการเงินจะแจ้งผลการพิจารณาคำขอให้ลูกหนี้ทราบภายในระยะเวลา 7-10 วัน แต่หากลูกหนี้ไม่ได้รับการติดต่อกลับภายใน 15 วันหลังยื่นเรื่อง ลูกหนี้สามารถตรวจสอบผลการพิจารณาเบื้องต้นได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย หมายเลขโทรศัพท์ 1213โดย ศคง. จะกำหนดให้ผู้บริการทางการเงินรายงานความคืบหน้าการพิจารณาคำขอของลูกหนี้ทุกรายที่ผ่านช่องทางทางด่วนแก้หนี้ในวันที่ 10, 20 และวันสิ้นเดือนของทุกเดือน

ทั้งนี้ จากการติดตามความคืบหน้าของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 มีการแจ้งคำขอความช่วยเหลือจากลูกหนี้ไปยังผู้ให้บริการทางการเงินผ่านโครงการทางด่วนแก้หนี้จำนวน 238,994 บัญชี แบ่งเป็นสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจจำนวน 159,181 บัญชี และผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-banks) จำนวน 79,813 บัญชี ซึ่งในจำนวนดังกล่าวลูกหนี้และสถาบันการเงินสามารถตกลงและหาข้อยุติร่วมกันได้เป็นผลสำเร็จร้อยละ 76 

อนึ่ง โครงการทางด่วนแก้หนี้เป็นเพียงช่องทางเสริมให้ลูกหนี้ที่ต้องการขอปรับเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นตัวกลางประสานกับผู้ให้บริการทางการเงินเท่านั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่มีการชำระหนี้แทนให้กับลูกหนี้ และไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น