รัฐสภาไทยกับวันเด็กแห่งชาติ

Script Writer
โชคสุข กรกิตติชัย, วิทยากรเชี่ยวชาญ กลุ่มงานบริการวิชาการ 1 สำนักวิชาการ
Broadcast Date
2026-01
Publication type
Publisher
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

วันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม 2498 ตามคำเชิญชวนของนายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิการเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ ทำให้วันดังกล่าวเป็นวัน “World Children's Day” เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญและความต้องการของเด็ก และเพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ ทำให้ทั่วโลกเริ่มจัดงานวันเด็กอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สำหรับประเทศไทย นายวี.เอ็ม. กุลกานี ได้เป็นผู้เสนอต่อกรมประชาสงเคราะห์กระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น ให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นในประเทศไทย รัฐบาลจึงได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นมาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียนได้รู้ถึงความสำคัญของตนเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัยที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

งานวันเด็กแห่งชาติของไทยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2498 จากนั้นเป็นต้นมา ทางราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติ โดยจัดต่อเนื่องกันมาจนถึงปี 2506 แต่เนื่องจากคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติได้มีความเห็นว่า สมควรที่จะเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่ ด้วยเหตุผลว่าเดือนตุลาคมเป็นเดือนที่ยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็ก ๆ ไม่สะดวกในการเดินทางมาร่วมงาน อีกทั้งวันจันทร์ยังเป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครอง จึงไม่สามารถพาเด็กไปร่วมงานได้ ด้วยเหตุนี้ คณะรัฐมนตรี สมัยจอมพล ถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี จึงมีมติเห็นชอบในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507 เปลี่ยนวันเด็กแห่งชาติเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปีที่มีความเหมาะสมและสะดวกมากกว่าตามที่คณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสนอมา ส่งผลให้ในปี 2507 ไม่มีงานวันเด็กแห่งชาติด้วยการประกาศเปลี่ยนวันจัดงานได้เลยวันมาแล้ว งานวันเด็กแห่งชาติจึงเริ่มจัดขึ้นใหม่อีกครั้งในปี 2508 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน 

ในส่วนของรัฐสภาไทยได้ให้ความสำคัญกับวันเด็กแห่งชาติ โดยมีการจัดกิจกรรมเปิดพื้นที่การเรียนรู้เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในบริเวณรัฐสภา เช่น การเข้าชมห้องประชุมสภา นิทรรศการความรู้ทางการเมือง และการมอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติจากประธานรัฐสภาเป็นประจำอย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยคำขวัญที่มอบให้นั้นเป็นข้อคิดเตือนใจให้เด็กเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา ความรับผิดชอบต่อสังคมและการเป็นพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ

  • ปี 2542 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติว่า “ตั้งใจศึกษา ใฝ่หาคุณธรรม เลิศล้ำกตัญญู เชิดชูประชาธิปไตย”
  • ปี 2546-2547 นายอุทัย พิมพ์ใจชน ได้มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติว่า “เด็กในวันนี้ คือตัวอย่างของผู้ใหญ่ในวันนี้”
  • ปี 2560 นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งทำหน้าที่ประธานรัฐสภาในขณะนั้น ได้มอบคำขวัญว่า “เด็กไทย ใส่ใจเรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม สร้างสรรค์เทคโนโลยี”
  • ปี 2563-2566 นายชวน หลีกภัย ได้มอบคำขวัญรวม 4 ครั้ง ซึ่งเน้นย้ำในเรื่องความสุจริต ได้แก่ 1) รับผิดชอบในหน้าที่ สำนึกดีมีวินัย ยึดมั่นประชาธิปไตย ใส่ใจต่อส่วนรวม 2) สุจริตและซื่อสัตย์ ยืนหยัดในหน้าที่ ตามวิถีประชาธิปไตย 3) รู้หน้าที่ มีวินัย ยึดมั่นประชาธิปไตยสุจริต และ 4) ประเทศรุ่งเรือง เมื่อบ้านเมืองสุจริต
  • ปี 2567-2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติอีก 2 ครั้ง ได้แก่ 1) มีวินัย จิตอาสา รักประชาธิปไตย และ 2) มีวินัย จิตอาสา พัฒนาประชาธิปไตย

สำหรับงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เนื่องจากมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้มอบคำขวัญว่า “รักชาติ รักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมรับเทคโนโลยี” สำหรับการจัดกิจกรรมนั้นในส่วนของวุฒิสภายังคงมีการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติในบริเวณอาคารรัฐสภา ฝั่งวุฒิสภาเช่นเดิม แต่ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ปรับรูปแบบกิจกรรมจากการจัดกิจกรรมในบริเวณรัฐสภาเป็น “กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติสัญจร” โดยนำของขวัญ เช่น จักรยาน ของเล่น อุปกรณ์การเรียน หนังสือ อุปกรณ์กีฬา เพื่อส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจให้แก่เด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อไปมอบให้แก่กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานหลักในการส่งมอบของขวัญให้แก่เด็กในพื้นที่ต่อไป

การมอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติของประธานรัฐสภา และการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติของรัฐสภาจึงเป็นวิธีการในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการยึดมั่นในการทำหน้าที่ของตน การมีวินัยความกตัญญู ความซื่อสัตย์สุจริต คุณธรรม และความรักชาติให้แก่เด็กในทุก ๆ ปี อย่างไรก็ตาม การนำคำขวัญวันเด็กไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวันของเด็กนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่พ่อ แม่ และผู้ปกครอง ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุดจะต้องมีส่วนร่วมในการถ่ายทอด สั่งสอน แนะนำ และปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามคำขวัญวันเด็ก ซึ่งจะช่วยวางรากฐานให้เด็กเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต