ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันสถานการณ์ไฟป่าทั่วโลกมีความรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น สอดคล้องกับรายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ที่พบว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินส่งผลให้ไฟป่ามีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลกสร้างความเสียหายต่อประชาชน ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ นอกจากนี้ยังส่งผลต่ออุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกลอยสู่ชั้นบรรยากาศเกิดปัญหามลพิษทางอากาศตามมา โดยในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกมีพื้นที่ที่ประสบกับปัญหาไฟป่ากระจายอยู่ในหลายภูมิภาค ตัวอย่างที่สำคัญ เช่น
ปี พ.ศ. 2566 เกิดไฟป่าที่รัฐฮาวาย ซึ่งถือเป็นเหตุไฟป่าที่รุนแรงมากที่สุดใน 100 ปี ของประเทศสหรัฐอเมริกา ในพื้นที่เกาะเมาวี ซึ่งเป็น 1 ใน 8 เกาะ ของรัฐฮาวาย เหตุการณ์เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2566 และมีระยะเวลายาวนานหลายสัปดาห์กว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะควบคุมเพลิงได้ โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรัฐฮาวายได้ประกาศรายชื่อผู้สูญหายจากเหตุไฟป่าครั้งนี้ จำนวนประมาณ 338 คน ความรุนแรงของไฟป่าได้ทำลายพื้นที่ป่าไม้และชุมชนถึง 2,170 เอเคอร์ หรือประมาณ 5,490 ไร่ โดยจากข้อมูลสำนักงานจัดการเหตุฉุกเฉินกลาง ระบุว่า รัฐฮาวายอาจต้องใช้เงินมากถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อฟื้นฟูเมืองให้กลับมาอยู่อาศัยและเป็นเมืองท่องเที่ยวได้ดังเดิม
ปี พ.ศ. 2567 ไฟป่าที่ลุกลามในสาธารณรัฐชิลี เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ถูกบันทึกว่าเป็นไฟป่าที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยรัฐบาลได้อพยพประชาชนในพื้นที่ประสบภัยหลายพันคนออกจากพื้นที่ พบมีบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 14,518 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิตจำนวน 132 ราย สูญหาย 372 ราย ผู้ได้รับผลกระทบจำนวนกว่า 40,000 ราย มีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายประมาณ 1,257 ตารางกิโลเมตร และมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ปี พ.ศ. 2568 เกิดไฟป่าในพื้นที่รัฐแคลิฟอร์เนียของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นวิกฤตไฟป่าครั้งใหญ่ในช่วงต้นปี โดยสำนักงานป่าไม้และป้องกันอัคคีภัยของรัฐแคลิฟอร์เนีย รายงานว่า มีไฟป่าอย่างน้อย 6 แห่ง ในรัฐแคลิฟอร์เนียที่ขยายตัวเป็นวงกว้างสร้างความเสียหายไปแล้วกว่า 85,000 ไร่ ภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 วัน โดยทางการท้องถิ่นได้อพยพประชาชนกว่า 137,000 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย และอีกหลายครอบครัวต้องทิ้งบ้านและรถยนต์เพื่อเอาชีวิตรอดหลังไฟป่าลุกลามเข้ามายังเขตที่พักอาศัยอย่างรวดเร็ว จากเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 คน และทางการรัฐแคลิฟอร์เนียคาดการณ์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตและความเสียหายจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลสภาพภูมิอากาศโลกของ AccuWeather ประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจเหตุไฟป่าครั้งนี้ว่า อาจสูงถึง 5.2-5.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.8-1.9 ล้านล้านบาทอีกทั้งยังระบุว่า หากจำนวนสิ่งปลูกสร้างและพื้นที่ความเสียหายจากไฟป่ายังคงเพิ่มมากขึ้นภายในช่วงไม่กี่วันนี้ อาจทำให้วิกฤตไฟป่าครั้งนี้กลายเป็นวิกฤตไฟป่าครั้งที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐแคลิฟอร์เนีย
ส่วนสถานการณ์ไฟป่าในประเทศไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2557-2567) ได้เผาทำลายพื้นที่ป่าจำนวน 1,008,946 ไร่ หรือประมาณ 1,614 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับจังหวัดกรุงเทพมหานครทั้งหมด โดยช่วงต้นปี พ.ศ. 2568 เกิดเหตุไฟป่าในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ จังหวัดนครราชสีมา ป่าไม้เสียหายจำนวนกว่า 1,700 ไร่ และต้นเดือนเมษายนในพื้นที่ตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ สถิติในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบันจากข้อมูลดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS มีจำนวนจุดความร้อนสะสมของประเทศไทยถูกพบมากที่สุด 5 จังหวัดแรก อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก กาญจนบุรี และลำปาง ตามลำดับ ซึ่งเป็นข้อสังเกตได้ว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ที่เกิดไฟป่าเป็นจังหวัดที่อยู่ในภาคเหนือ สาเหตุเนื่องจากสภาพภูมิประเทศของภาคเหนือส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงและมีที่ราบคล้ายแอ่งกระทะ เมื่ออากาศร้อนเข้ามาในพื้นที่ทำให้เกิดการสะสมและไม่สามารถถ่ายเทไปยังพื้นที่อื่นได้ และหากเกิดการลุกไหม้ของไฟป่าซึ่งมีใบไม้แห้งที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทำให้ไฟลุกลามได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ภาครัฐบาลได้มีการออกกฎหมายการเผาป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยบุคคลใดเผาป่าในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยานสวนพฤกษศาสตร์หรือสวนรุกขชาติ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000-2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และนอกจากมาตรการทางกฎหมายที่นำมาใช้บังคับแล้ว ควรดำเนินการควบคู่กับแนวทางการบริหารจัดการอื่น ๆ เพื่อลดการเกิดไฟป่า อาทิ สนับสนุนให้เกิดต้นแบบการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อช่วยรับมือกับปัญหาไฟป่า การปลูกพืชที่ทนต่อไฟป่า และการจัดเขตแนวกันชนเพื่อลดหรือชะลอไฟป่าสู่พื้นที่ชุมชน ทั้งนี้ วิธีการและแนวทางที่นำมาใช้ควรต้องพิจารณาปรับตามความเหมาะสมของบริบท และสภาพภูมิอากาศของประเทศต่าง ๆ หรือในระดับพื้นที่เป็นสำคัญ
Copyright © 2022 National Assembly Library of Thailand
The Secretariat of the House of Representatives
1111 Samsen Road, Thanon Nakhon Chai Si, Dusit, Bangkok 10300, THAILAND
Tel: +66(0) 2242 5900 ex 5714, 5715, 5721-22 Fax: +66(0) 2242 5990
E-mail: library@parliament.go.th