กลุ่ม BRICS และบทบาทประเทศไทยหลังเข้าเป็นสมาชิก

Script Writer
ยุทธพงศ์ ปิ่นอนงค์, นิติกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานบริการวิชาการ 1 สำนักวิชาการ
Broadcast Date
2025-03
Publication type
Publisher
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

กลุ่ม BRICS เป็นชื่อย่อที่ใช้เรียกกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาผู้ริเริ่มก่อตั้ง โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2549 เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ มีประเทศสมาชิกริเริ่มก่อตั้งจำนวน 5 ประเทศ ประกอบด้วย สหพันธสาธารณรัฐบราซิล (Brazil) สหพันธรัฐรัสเซีย (Russia) สาธารณรัฐอินเดีย (India) สาธารณรัฐประชาชนจีน (China) สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ (South Africa) และปัจจุบันมีประเทศสมาชิกอื่นอีก 4 ประเทศ รวมทั้งสิ้น 9 ประเทศ ประกอบด้วย สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

วัตถุประสงค์หลักของกลุ่ม BRICS
กลุ่ม BRICS จะทำหน้าที่คานอำนาจกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยมีประเด็นให้ความสำคัญใน 3 เรื่อง ได้แก่ 

  1. 1. การปฏิรูปโครงสร้างการจัดการเศรษฐกิจโลกเพื่อให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาได้มีส่วนร่วมมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น 
  2. 2. การส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อลดการพึ่งพา สกุลเงินหลักของโลก คือ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา
  3. 3. การสร้างกลไกระหว่างประเทศทางเลือก ทั้งในด้านการเงิน การให้ความช่วยเหลือ และการระดมทุนเพื่อการพัฒนาทั้งในด้านการเมืองและความมั่นคงระหว่างประเทศ 

ความร่วมมือในกลุ่ม BRICS แบ่งเป็น 3 เสา ประกอบด้วย

  1. 1) เสาด้านการเมืองและความมั่นคง 
  2. 2) เสาด้านเศรษฐกิจและการเงิน และ
  3. 3) เสาด้านมนุษยธรรมและวัฒนธรรม

นอกจากจะมีการประชุมระดับผู้นำของ BRICS แล้ว ยังมีการจัดประชุมในระดับต่าง ๆ เช่น คณะทำงาน เจ้าหน้าที่อาวุโส รัฐมนตรี รวมกันประมาณ 200 การประชุมต่อปี ใกล้เคียงกรอบอาเซียน ดังนั้น หากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของประเทศไทยมีความพร้อมในการเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS จะเป็นโอกาสให้ประเทศไทยได้มีส่วนร่วมในการหารือกับประเทศสมาชิก ประเทศหุ้นส่วนและประเทศอื่น ๆ ที่เข้าร่วมในกลไกของกลุ่ม BRICS เพื่อขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง 13 ด้าน ได้แก่ ด้านความมั่นคง ด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ด้านยุติธรรม ด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ด้านสาธารณสุข ด้านการคลัง ด้านการค้าและเศรษฐกิจ ด้านการจัดการภาษี ด้านการคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการท่องเที่ยว ด้านการส่งเสริมบทบาทของเยาวชนและสตรี ด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จะเห็นได้ว่า เป็นความร่วมมือที่สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของไทย เป็นประโยชน์ต่อภาครัฐและภาคเอกชนโดยรวมอย่างยิ่ง

สำหรับประเทศไทยนั้น รัฐบาลไทยได้มีความพยายามศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ของกลุ่ม BRICS โดยอาศัยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559 รับทราบผลการประชุม BIMSTEC Outreach at BRICS Summits 2016 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของรัฐบาลไทยที่ได้ใช้เวลาในการพิจารณาการเข้าสู่ BRICS และเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2567 รัฐบาลไทยได้รับแจ้งจากสหพันธรัฐรัสเซียในฐานะประธานกลุ่ม BRICS ในเวลานั้นว่า ไทยจะเข้าร่วมเป็นประเทศหุ้นส่วนของกลุ่ม BRICS อย่างเป็นทางการ โดยกระทรวงการต่างประเทศได้เสนอคณะรัฐมนตรีให้ไทยเข้าร่วมกลุ่ม BRICS โดยให้เหตุผลว่าเป็นการช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการสร้างรายได้ที่นำเข้าประเทศไทย และประเทศไทยสามารถนำผลิตภัณฑ์สำคัญ เช่น อุตสาหกรรมเกษตร ยานยนต์ และอาหารแห่งอนาคต การจัดประชุมวิชาชีพในต่างประเทศ รวมทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เข้าไปในประเทศใหญ่ ๆ ที่มีศักยภาพสูง เช่น สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล สาธารณรัฐอินเดีย หรือประเทศอื่น ๆ ที่เป็นสมาชิก BRICS ได้อีกด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันกลุ่ม BRICS มีบทบาทต่อการค้าของไทยถึง 22.8% ของการค้ารวมไทยทั้งหมด ใกล้เคียงกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (G7) ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 26.2% ของการค้ารวมของประเทศไทย 

นอกจากนี้ ประโยชน์ที่ประเทศไทยเข้าเป็นหุ้นส่วนกลุ่ม BRICS ย่อมส่งผลให้เกิดความร่วมมือกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีศักยภาพ และช่วยเพิ่มบทบาทของประเทศไทยในการกำหนดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รวมถึงช่วยเพิ่มโอกาสให้ไทยได้ร่วมสร้างระเบียบโลกใหม่ที่กลุ่มประเทศตลาดใหม่และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีบทบาทสำคัญ มีความครอบคลุม และไม่มุ่งต่อต้านกลุ่มใด 

อย่างไรก็ตาม แนวคิดของ BRICS ที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนนั้นในเวทีระหว่างประเทศ การนำสกุลเงินท้องถิ่นมาใช้โดยลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และเป็นทางเลือกใหม่นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับอนาคตของกลุ่ม BRICS และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยด้วย