การพัฒนาระบบจับคู่ครูคืนถิ่น (Teacher Matching System: TMS) สู่ระบบย้ายข้าราชการครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (Teacher Rotation System: TRS)

Script Writer
สุริยา ฆ้องเสนาะ, วิทยากรเชี่ยวชาญ กลุ่มงานบริการวิชาการ 3 สำนักวิชาการ
Broadcast Date
2025-09
Publication type
Publisher
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

“ครู” ถือเป็นบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ แต่ในปัจจุบันครูยังคงประสบปัญหาการโอนย้ายที่ขาดความโปร่งใสและเป็นธรรม ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาในด้านของความเหลื่อมล้ำ การขาดแคลนครูในบางพื้นที่ และความรู้สึกไม่เป็นธรรมที่ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของครูผู้สอนอย่างมาก

ดังนั้น คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) จึงได้พัฒนาระบบจับคู่ครูคืนถิ่น (Teacher Matching System: TMS) ซึ่งเป็นการโอนย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งระหว่างครูที่ปฏิบัติหน้าที่ในสาขาวิชาหรือกลุ่มวิชาเดียวกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูสามารถโอนย้ายกลับไปปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่อยู่ในภูมิลำเนาของตนเอง ภูมิลำเนาของบิดา มารดา หรือคู่สมรส และเป็นการโอนย้ายในส่วนราชการเดิม ทั้งนี้ ภูมิลำเนาของผู้ขอโอนย้ายสับเปลี่ยนต้องเป็นที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของผู้ขอโอนย้าย หรือที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของบิดามารดาของผู้ขอโอนย้ายสับเปลี่ยน หรือที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของคู่สมรสของผู้ขอโอนย้ายสับเปลี่ยนเท่านั้น อีกทั้งสถานศึกษาที่รับโอนย้ายจะต้องมีอัตรากำลังสายงานการสอนในภาพรวมไม่เกินเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนด

โดยการดำเนินการระบบจับคู่ครูคืนถิ่นในระยะเริ่มต้น ให้บริการในรูปแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://tms.otepc.go.th และแอปพลิเคชัน TMS ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ Android และ iOS เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ โดยผู้ที่ประสงค์จะขอโอนย้ายผ่านระบบจับคู่ครูคืนถิ่นจะต้องเข้าสู่ระบบเพื่อกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและวิชาที่สอน ระบบจะดำเนินการจับคู่กับครูที่มีคุณสมบัติตรงกันที่ได้กรอกข้อมูลเข้ามาในระบบแล้ว จึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการโอนย้ายได้ 

ระบบจับคู่ครูคืนถิ่นเริ่มให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2567 โดยมีครูยื่นคำขอโอนย้าย จำนวน 321 ราย และได้รับการจับคู่ครูคืนถิ่นสำเร็จ จำนวน 66 ราย และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 โดยมีครูยื่นคำขอโอนย้าย จำนวน 444 ราย และได้รับการจับคู่ครูคืนถิ่นสำเร็จ จำนวน 14 ราย ซึ่งจากการเปิดใช้งานระบบจับคู่ครูคืนถิ่น จำนวน 2 ครั้ง ในช่วงการย้ายประจำปี 2567 ได้รับผลตอบรับในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะลดขั้นตอนการดำเนินการ และลดภาระงานด้านเอกสาร เพิ่มความสะดวกให้กับครูที่ต้องการดำเนินการโอนย้าย เพราะได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล และระบบการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งทำให้เกิดการบูรณาการฐานข้อมูล 

ระบบจับคู่ครูคืนถิ่นได้รับรางวัล Silver Award จากโครงการรางวัลนวัตกรรมการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ประจำปี 2567 (Thailand HR Innovation Award 2024) ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ สถาบันพัฒนาวิชาชีพทรัพยากรบุคคล และสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย  

จากความสำเร็จดังกล่าว จึงได้มีการพัฒนาต่อยอด “ระบบจับคู่ครูคืนถิ่น” เป็น “ระบบย้ายข้าราชการครูสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ” (Teacher Rotation System: TRS) ซึ่งระบบนี้จะทำให้ข้าราชการครูที่ต้องการย้ายทุกกรณี ประกอบด้วย กรณีปกติ กรณีสับเปลี่ยน กรณีพิเศษ และกรณีเพื่อประโยชน์ของทางราชการ สามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยเปิดให้บริการระบบย้ายข้าราชการครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 ผ่านเว็บไซต์ https://trs.otepc.go.th โดยมีเป้าหมายในการยกระดับกระบวนการโอนย้ายครูให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ครูสามารถโอนย้ายไปสอนในพื้นที่ที่ต้องการได้อย่างเท่าเทียมและมีความยุติธรรม ซึ่งสถิติภาพรวมคำร้องขอย้ายข้าราชการครูผ่านระบบย้ายข้าราชการครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 2/2568 ข้อมูล ณ วันที่ 27 กรกฎาคม 2568 มีจำนวน 27,571 ราย

การพัฒนาระบบจับคู่ครูคืนถิ่น (Teacher Matching System: TMS) สู่ระบบย้ายข้าราชการครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (Teacher Rotation System: TRS) ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูที่ช่วยให้การโอนย้ายสับเปลี่ยนเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อความต้องการของครูที่ต้องการกลับภูมิลำเนา แต่ยังช่วยลดปัญหาการทุจริตในกระบวนการโอนย้าย และส่งเสริมการกระจายครูอย่างเหมาะสม ดังนั้น การพัฒนาระบบจับคู่ครูคืนถิ่นสู่ระบบย้ายข้าราชการครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปรับปรุงระบบราชการให้มีความทันสมัย โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของครู ซึ่งจะส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศต่อไป