ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับความปลอดภัยทางสุขภาพ

Script Writer
รณชัย โตสมภาค, วิทยากรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานบริการวิชาการ 3 สำนักวิชาการ
Broadcast Date
2026-02
Publication type
Publisher
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณเพียงเล็กน้อย แต่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและสำคัญต่อการทำงานตามปกติของร่างกาย โดยร่างกายใช้วิตามินและแร่ธาตุในกระบวนการต่าง ๆ ทั้งการเผาผลาญการสร้างหรือซ่อมแซมองค์ประกอบการต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันความเสื่อมของร่างกาย โดยประชาชนที่ไม่ได้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว อาจมีภาวะขาดสารอาหารจึงจำเป็นต้องรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยรับประทานอย่างถูกวิธี ไม่เกินปริมาณที่แนะนำ เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและปลอดภัยต่อร่างกาย ทั้งนี้ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทยมีมูลค่ารวม 83,330 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องการเติบโตนี้สะท้อนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพและความงามมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่เห็นว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องรับประทานเป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินและแร่ธาตุที่เกินความต้องการของร่างกายหรือหากมีการสะสมในร่างกายมากเกินไปอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดที่มีสารปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ เช่น สารไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งเป็นสารกดประสาทส่วนกลางมีผลข้างเคียงรุนแรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของผู้บริโภค นอกจากนี้ การโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกินความเป็นจริง ทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อและอาจพลาดโอกาสในการรักษาทางการแพทย์ที่ถูกต้องและทันท่วงที

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ดำเนินการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยผลิตภัณฑ์อันตรายอย่างต่อเนื่อง แต่การใช้บังคับกฎหมายตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เพื่อควบคุมคุณภาพอาหารและคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค ประกาศใช้บังคับมาเป็นระยะเวลานานกว่า 46 ปี ไม่สามารถรองรับสถานการณ์ปัจจุบันและมีข้อจำกัดในการควบคุมความปลอดภัยและการโฆษณา โดยอำนาจหน้าที่ขององค์กรภาครัฐไม่ครอบคลุม และบทลงโทษไม่เหมาะสม ส่งผลทำให้เกิดการฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น การโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณในการรักษาโรค การปนเปื้อนของสารเคมีอันตรายในตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การขาดการตรวจสอบย้อนกลับหลังวางจำหน่าย (Post-Marketing) อย่างสม่ำเสมอ การไม่มีบัญชีดำผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนอย่างจริงจังและการเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์อันตรายที่ไม่ชัดเจน ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกเตือนภัยแล้วยังพบวางจำหน่ายซ้ำในตลาดออนไลน์ได้

จากปัญหาดังกล่าว นางสาวสารี อ๋องสมหวัง กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 21,345 คน จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคและทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประเด็นสำคัญในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครอบคลุมหลายมิติ อาทิ การเพิ่มบทลงโทษสำหรับการโฆษณาเกินจริง การควบคุมการโฆษณาสินค้าทางออนไลน์ การสร้างระบบเฝ้าระวังหลังวางจำหน่ายที่เข้มงวด การสุ่มตรวจสินค้าอย่างสม่ำเสมอ การขึ้นบัญชีดำผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนการเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์อันตรายอย่างชัดเจน การควบคุมอาหารหมดอายุ และการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในคณะกรรมการอาหาร ปัจจุบันร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้รับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภาและจากการส่งประเด็นไปรับฟังผู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม–26 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อนำรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นไปประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายต่อไป

ในขณะเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคทั้งการเตือนภัยและเรียกคืนสินค้าผ่านสายด่วน 1556 การดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อันตราย รวมถึงการปรับปรุงมาตรฐานต่าง ๆ เช่น การออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 448 เกี่ยวกับการปรับปริมาณวิตามินและแร่ธาตุในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีผลใช้บังคับเมื่อ 2 กรกฎาคม 2567 กล่าวโดยสรุป แม้ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทยจะมีมูลค่าสูงและเติบโตต่อเนื่อง แต่หากปราศจากการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์ที่ลักลอบผสมสารต้องห้ามและการโฆษณาที่เกินจริง การแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐที่ต้องเร่งปฏิรูปกฎหมายและการใช้บังคับอย่างเข้มงวด ภาคเอกชนที่ต้องรับผิดชอบในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และผู้บริโภคต้องมีความรู้และความระมัดระวังในการเลือกซื้อ เพื่ออุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของประเทศไทยจะได้เติบโตได้อย่างยั่งยืนและปลอดภัยอย่างแท้จริง