The preparation of ordinary parliament officers for transitioning the work system to artificial intelligence technology (AI): a case study of the Bureau of Central Administration of the Secretariat of the House of Representatives

Other Title
การเตรียมความพร้อมของข้าราชการรัฐสภาสามัญต่อการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบงานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ กรณีศึกษาสำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
Author
Kunnika Naovilad
No. of Pages
89
Year
2023
Research Types
Research by Institutes & Independent scholars
Sponsorship:
ได้รับทุนในการวิจัยจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
Description

ได้รับทุนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อศึกษาระดับปริญญาโทภายในประเทศ (นอกเวลาราชการ) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

Abstract

 

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการเตรียมความพร้อมของข้าราชการรัฐสภาสามัญ ต่อการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบงานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ กรณีศึกษาสำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 2) เปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลต่อการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบงานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ กรณีศึกษาสำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ 3) ศึกษา ความสัมพันธ์ของการรับรู้ และการยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบงานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ กรณีศึกษาสำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยใช้รูปแบบการวิจัย เชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือ ข้าราชการรัฐสภาสามัญที่ปฏิบัติงานในสำนักบริหารงานกลาง สังกัดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 73 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ แบบสอบถาม สถิติพรรณนาที่นำมาวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับสถิติอนุมานที่นำมาทดสอบสมมติฐานคือ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการศึกษาพบว่า การเตรียมความพร้อมของข้าราชการรัฐสภาสามัญ ต่อการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบงานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ กรณีศึกษาสำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อยู่ในระดับมาก ปัจจัยส่วนบุคคล เพศ อายุ การศึกษา ตำแหน่ง ระดับตำแหน่งที่แตกต่างกัน มีการเตรียมความพร้อมของข้าราชการรัฐสภาสามัญต่อการเปลี่ยนแปลง สู่ระบบงานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไม่แตกต่างกัน ยกเว้นอายุราชการ ปัจจัยด้านการรับรู้และปัจจัยด้านการยอมรับมีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05