การขับเคลื่อนความรู้สู่อนาคต: กิจกรรมสำคัญของหอสมุดรัฐสภา
ในการเข้าร่วมประชุมห้องสมุดและสารสนเทศนานาชาติ (World Library and Information Congress-WLIC) จัดโดยสหพันธ์ระหว่างประเทศด้วยว่าสมาคมและสถาบันห้องสมุด (The International Federation of Library Associations and Institutions-IFLA) ครั้งที่ 89 ระหว่างวันที่ 18-24 สิงหาคม 2568 ณ กรุงอัสตานา คาซัคสถาน
หอสมุดรัฐสภาได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการ ภายใต้หัวข้อ “การรวมพลังแห่งความรู้ สร้างอนาคต” (Uniting Knowledge, Building the Future) โดยมีกิจกรรมที่หอสมุดรัฐสภาได้เข้าร่วม ดังนี้
1. การเข้าร่วมประชุม หัวข้อ “การรวมพลังแห่งความรู้ สร้างอนาคต” (Uniting Knowledge, Building the Future) มีการประชุมในหลากหลายรูปแบบ เน้นให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนความรู้ของห้องสมุดจากทั่วโลก โดยหอสมุดรัฐสภาได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประเด็นเกี่ยวกับการเป็นห้องสมุดที่ทำหน้าที่มากกว่าการเป็นแค่คลังเก็บหนังสือ แต่ทำหน้าที่เป็นศูนย์บ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพให้แก่กลุ่มต่าง ๆ ของสังคม ในการรวมตัว ทำกิจกรรม และแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพลเมือง และสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตย (Libraries as Incubators for Civil Society: Strengthening Trust, Democracy, and the Future) และประเด็นการนำGenerative AI มาใช้กับภารกิจงานของห้องสมุด ผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้
1.1 โครงการอาสาสมัครหอสมุดรัฐสภา เป็นโครงการที่มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ในหลากหลายมิติ ทั้งการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร (Informed) การเข้าร่วมกิจกรรม (Engaged) และการให้อำนาจ(Empowered) ในการร่วมดำเนินงานกับหอสมุดรัฐสภา โครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เพื่อให้หอสมุดรัฐสภาเป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศ วัย และทุกอาชีพ เข้ามาเป็น “เพื่อนร่วมงาน” ในการพัฒนาบริการต่าง ๆ ของหอสมุดรัฐสภา ที่ผ่านมาโครงการฯ ได้จัดกิจกรรมที่หลากหลายและสร้างสรรค์ เช่น Hack เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ 2560 NALT e-Journal Design และ Friend of NALT
นอกจากนี้ หอสมุดรัฐสภายังได้ริเริ่มพัฒนาหลักสูตรและจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับอาสาสมัคร เพื่อเสริมทักษะในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ Generative AI มาผลิต Podcast แนะนำหนังสือของหอสมุดรัฐสภาในรูปแบบหนังสือเสียง อันเป็นบริการใหม่ที่เผยแพร่ผ่านหลายช่องทาง ทั้งเว็บไซต์ Facebook และ YouTube ของหอสมุดรัฐสภาบริการ Podcast นี้ไม่เพียงช่วยให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศได้สะดวกมากขึ้น แต่ยังตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็น ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของหอสมุดรัฐสภาในการพัฒนาและสร้างสรรค์บริการที่ครอบคลุมทุกกลุ่มประชาชน

1.2 การเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม จัดเก็บ และสืบค้นสารสนเทศของรัฐสภา ในรูปแบบฐานข้อมูลดิจิทัลขนาดใหญ่เรียกว่าคลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ (Legislative Institutional Repository of Thailand: LIRT) ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นคลังสารสนเทศรัฐสภา (Parliamentary Repository of Thailand: PRT) และมีการนำข้อมูลความรู้ กฎหมาย สถิติ รวมทั้งสถานการณ์ปัจจุบัน มาวิเคราะห์ สรุป นำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีการประยุกต์ใช้Generative AI มาทำสื่อสร้างสรรค์ เช่น อินโฟกราฟิก การ์ตูน เกม และสร้างการมีส่วนร่วมโดยการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ร่วมแสดงความคิดเห็น ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย คือ Facebook หอสมุดรัฐสภา และ Facebook LIRT ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับความสนใจ มีความน่าเชื่อถือ มีประชาชนติดตามและมีสื่อมวลชนนำไปเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องทำให้เข้าถึงประชาชนเป็นวงกว้าง
2. การได้รับคัดเลือกให้จัดแสดงโปสเตอร์ ชื่อโปสเตอร์ “LIRT go Live: How LIRT’s Credibility Enhances Mass Media” (LIRT ในหน้าสื่อ: ความน่าเชื่อถือของ LIRT ช่วยยกระดับสื่อมวลชนอย่างไร) ณ จุดแสดงโปสเตอร์ อาคาร Congress Center โดยได้จัดแสดงและนำเสนอโปสเตอร์แก่ผู้เข้าร่วมประชุม เกี่ยวกับบทบาทของสื่อสังคมออนไลน์ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการประชาสัมพันธ์ทรัพยากรและบริการของห้องสมุด เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลของสาธารณชน สำหรับคลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ (Legislative Institutional Repository of Thailand: LIRT) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ให้บริการข้อมูลด้านนิติบัญญัติในรูปแบบดิจิทัล เผยแพร่ไปยังผู้ใช้บริการทางสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก (https://www.facebook.com/LIRT20)
กลยุทธ์การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของ LIRT ประกอบด้วย การกำหนดแนวทางการเผยแพร่เนื้อหาที่มุ่งเน้นข้อมูลที่เป็นปัจจุบันประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจเกี่ยวกับรัฐสภาจากแหล่งข้อมูลต้นฉบับและการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนกลยุทธ์การเข้าถึงผู้ใช้ของ LIRT ประกอบด้วย การผลิตเนื้อหา การโพสต์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการใช้เทคนิคการเล่าเรื่องและภาพประกอบต้องเกี่ยวข้องกับบริบทสื่อดิจิทัลในปัจจุบัน
จุดแข็งที่สำคัญของ LIRT คือ ความน่าเชื่อถือของข้อมูล LIRT ได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้อย่างกว้างขวาง โดยปรากฏให้เห็นจากการที่สื่อมวลชนรายใหญ่ของไทยมักอ้างอิงข้อมูลจาก LIRT อยู่เสมอ อีกทั้งยังมีแนวโน้มการสอบถามข้อมูลและมีปฏิสัมพันธ์กันบนช่องทางโซเชียลมีเดีย ฐานข้อมูล และเว็บไซต์ของหอสมุดรัฐสภาเพิ่มมากขึ้น “เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ของ LIRT ได้รับการอ้างอิงและเผยแพร่อย่างแพร่หลายโดยสื่อมวลชน จึงเป็นการส่งเสริมบทบาทและภาพลักษณ์ของบรรณารักษ์ให้ได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งตอกย้ำความสำคัญของห้องสมุดในฐานะแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้และมีความน่าเชื่อถือตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”


3. การศึกษาดูงานห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ โดยได้ศึกษาดูงานที่ห้องสมุด National Academic Library of the Republic of Kazakhstan ห้องสมุด Maqsut Narikbayev University Library และ National Museum of the Republic of Kazakhstan
4. การประชุมส่วนห้องสมุดและการบริการวิจัยสำหรับรัฐสภา (IFLA Section on Library and Research Services for Parliaments (IFLAPARL) ณ ห้องสมุดมหาวิทยาลัย Nazarbayev วันที่ 23-24 สิงหาคม2568 โดยมีหัวข้อเรื่อง การสร้างทักษะเพื่ออนาคตที่เชื่อมโยงกัน การประชุมจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือและนวัตกรรม การพัฒนาทักษะเพื่ออนาคตของห้องสมุดรัฐสภาและบริการวิจัย โดยมีทั้งรูปแบบการบรรยาย การอภิปรายการประชุมเชิงปฏิบัติการทดลองใช้ AI ตลอดจนการศึกษาดูงานห้องสมุดมหาวิทยาลัย Nazarbayev
สรุป เทรนด์ของการดำเนินงานห้องสมุดและการบริการยังมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลโดยเฉพาะการพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่กําลังสร้างผลกระทบต่อการดําเนินงานของห้องสมุดรัฐสภาและบริการวิจัยทั่วโลกอย่างกว้างขวาง ห้องสมุดรัฐสภาในศตวรรษที่ 21 ไม่สามารถทำงานอย่างโดดเดี่ยวได้อีกต่อไป ความร่วมมือระหว่างสถาบันผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายนานาชาติเป็นสิ่งจำเป็นในการรับมือกับ AI การพัฒนาทักษะใหม่และการเปิดรับนวัตกรรมจะช่วยเสริมศักยภาพของการให้บริการ ท้ายที่สุด AI คือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ หากใช้อย่างมีวิจารณญาณและความรับผิดชอบในส่วนของรายงานการเข้าร่วมประชุมฉบับเต็มสามารถติดตามอ่านได้ใน Inside NALT ฉบับต่อไป

