รายงานผลการดำเนินงานโครงการ Library Talk: เปิดโลกสภา ผ่านรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง จากสยามถึงไทย: เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนชาติ?

สรุปสาระสำคัญจากการบรรยาย
การบรรยายเรื่อง “จากสยามถึงไทย: เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนชาติ?” มุ่งเน้นการชวนตั้งคำถามถึงประวัติศาสตร์การเปลี่ยนชื่อประเทศจาก “สยาม” เป็น “ไทย” เมื่อปี พ.ศ. 2482 ซึ่งไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อทางการ แต่ยังสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนกรอบคิด ทัศนคติ และการนิยามความเป็น “ชาติไทย” ใหม่ในบริบทของรัฐชาติสมัยใหม่

  1. 1.1 การอภิปรายในรายงานประชุมสภา พ.ศ. 2482 : เหตุผลทางประวัติศาสตร์และอุดมการณ์ วิทยากรได้นำเสนอรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 9 วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2482 ซึ่งเป็นเวทีทางการเมืองที่อภิปรายถึงการเปลี่ยนชื่อประเทศอย่างเป็นทางการจาก “สยาม” มาเป็น “ไทย” ตามพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญขนานนามประเทศ พ.ศ. 2482 ภายใต้รัฐบาลของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม แนวคิด “ไทยนิยม” ถูกผลักดันให้กลายเป็นกระแสหลัก โดยเน้นย้ำความเป็นหนึ่งเดียวของชนชาติไทย 
  2. และลดทอนความหลากหลายทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ที่เคยปรากฏในสมัย “สยาม” วิทยากรชี้ว่า รายงานการประชุมดังกล่าวถือเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าในการศึกษาว่ารัฐบาลในยุคเปลี่ยนผ่านมอง “ชาติ” และ “ชื่อประเทศ” อย่างไร และต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดในเชิงโครงสร้างสังคม
  3. 1.2 ปฏิเสธแนวคิด “ไทยมาจากอัลไต”  วิทยากรตั้งคำถามกับแนวคิดที่ว่า “คนไทยมาจากภูเขาอัลไต” โดยเห็นว่าเป็นเพียงความเชื่อที่ขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ สนับสนุนว่าแนวคิดนี้ถูกใช้เพื่อสร้างความรู้สึกร่วมของคนไทยแบบกลุ่มเดียวกัน ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีข้อพิสูจน์ทางประวัติศาสตร์หรือพันธุกรรมที่ชัดเจน
  4. 1.3 ยืนยันความหลากหลายของชาติพันธุ์ไทย การนำเสนอข้อมูลว่าคนไทยเป็น “ร้อยพ่อพันแม่” ที่อยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นการเน้นย้ำว่าความเป็นไทยไม่ได้ผูกขาดอยู่กับสายเลือดหรือเผ่าพันธุ์ใดเผ่าพันธุ์หนึ่ง หากแต่เกิดจากการผสมผสานของหลากหลายชนชาติในภูมิภาคนี้ เช่น มอญ เขมร ลาว จีน อินเดีย ฯลฯ ซึ่งพัฒนามาเป็นวัฒนธรรมไทยในปัจจุบัน
  5. 1.4 วิพากษ์แนวคิดชาตินิยมแบบสุดโต่ง วิทยากรได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า “ไม่ควรสร้างชาติ

ด้วยแนวคิดชาตินิยมแบบยกตนข่มท่าน” เพราะอาจนำไปสู่การเหยียดเชื้อชาติ การลดทอนความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการสร้างอัตลักษณ์ชาติที่ปิดกั้นความเข้าใจซึ่งกันและกันในสังคมพหุวัฒนธรรม แนวคิดแบบนี้ในอดีตเคยนำไปสู่การกดทับกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในนิยาม “ไทยแท้”

ประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมการอบรม
การบรรยายในครั้งนี้ช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการใช้เอกสารราชการ เช่น รายงานการประชุมสภา เป็นแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เข้าถึงได้และมีความน่าเชื่อถือสูง

  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการรัฐสภา และบุคลากรในวงงานนิติบัญญัติ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสารสนเทศทางประวัติศาสตร์เชิงนโยบาย 
  • ประชาชนที่สนใจประวัติศาสตร์การเมือง ได้รับความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายรัฐและการสร้างอัตลักษณ์ชาติผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ

นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีที่ส่งเสริมให้เกิดการตั้งคำถามและวิพากษ์อย่างมีเหตุผลต่อแนวคิด “ชาติไทย” ที่ถูกนิยามไว้ในกรอบแคบจากอดีตสู่ปัจจุบัน

โครงการ Library Talk: เปิดโลกสภา ผ่านรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง จากสยามถึงไทย: เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนชาติ? วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2568 ระหว่างเวลา 09.30-12.99 นาฬิกา ณ ห้องประชุมสัมมนา B1-2 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา และ Live Stream ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร Facebook Fan Page “หอสมุดรัฐสภา” และ Facebook Fan Page “LIRT : คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร”

ผู้เข้าร่วม :

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนรวมทั้งสิ้น 119 คน ประกอบด้วย ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา รวมถึงบุคคลภายนอก

วันที่เข้าร่วม :
2568-03-21
ปีที่เข้าร่วม :
2568
แหล่งที่มา :
ความรู้และประสบการณ์จากการอบรมและสัมมนา โดยสำนักวิชาการ
ผู้เรียบเรียง :
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
แฟ้มข้อมูล :