นับจากตอนที่หนึ่งจนถึงตอนที่สาม “เล่าเรื่องหอสมุดรัฐสภา” ที่ผ่านมานั้น ได้นำเสนอเรื่องประวัติความเป็นมา โครงสร้าง อำนาจและหน้าที่ของหอสมุดรัฐสภา ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันแล้ว สำหรับตอนที่สี่นี้ จะเป็นการนำเสนอเรื่องที่ทำการหอสมุดรัฐสภา โดยเริ่มตั้งแต่พุทธศักราช 2476 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีที่ทำการชั่วคราว ณ วังปารุสกวัน ตึกพลเรือน
ต่อมา พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเห็นว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ควรมีที่ทำการถาวร จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทาน พระตำหนักราชฤทธิ์รุ่งโรจน์ ณ บริเวณพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต เป็นอาคารสำนักงานฯ ซึ่งได้รับพระราชทานให้โดยเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ ผู้สำเร็จราชการพระราชวัง ได้ทำการตกลงกับพระยาพิชัยญาติ ประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น ให้ใช้อาคารสำนักราชเลขานุการในพระองค์แทน จึงย้ายที่ทำการจากวังปารุสกวัน มาอยู่ที่อาคารสำนักราชเลขานุการในพระองค์

โดยบริเวณชั้นล่างของพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งมีลักษณะเป็นห้องโถงยาวตลอด จัดเป็นที่ทำงานของข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เริ่มจากห้องชั้นล่างโดมหลังของพระที่นั่งฯจัดเป็นห้องทำงานและห้องรับแขกของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรห้องทำงานของรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และแผนกตุลาการรัฐธรรมนูญอยู่ตอนซ้ายมือของทางขึ้นชั้นบนพระที่นั่งฯ ตอนตรงข้ามเป็นห้องทำงานของหัวหน้ากองกรรมาธิการ ซึ่งเป็นสำนักงานหนังสือรัฐสภาสาร รวมทั้งโต๊ะทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายประจำสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็รวมทำงานอยู่ในตอนนี้

ต่อไปภายในโดมซึ่งอยู่ตรงข้ามห้องเลขาธิการ จัดเป็นที่ทำงานของแผนกคลัง สังกัดกองกลางต่อไปเป็นแผนกสารบรรณ สังกัดกองกลาง ด้านตรงข้าม คือ แผนกการประชุมกรรมาธิการ สังกัดกองกรรมาธิการ ต่อไปเป็นห้องที่ทำงานของหัวหน้ากองการประชุม ซึ่งมีแผนกกระทู้และแผนกญัตติยืนยันมติ สังกัดกองนี้รวมอยู่ด้วย ด้านตรงข้ามสองแผนกนี้ เป็นห้องพิมพ์ (โรเนียว) ของแผนกการประชุมกรรมาธิการ ในส่วนต่อไป เป็นแผนกรายงานการประชุมกับแผนกระเบียบวาระ สังกัดกองการประชุม ตรงข้ามกันเป็นแผนกทะเบียนและประวัติ สังกัดกองกลาง ต่อไปเป็นแผนกห้องสมุด (สภาผู้แทนราษฎร) และแผนกสหภาพรัฐสภา สังกัดกองกรรมาธิการ ในห้องสมุดนี้จะมีรูปภาพแสดงเหตุการณ์ของสภาตั้งแต่ต้น และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ มณฑปที่ประดิษฐานพานแว่นฟ้าและรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้ในขณะนั้น บางคราวในส่วนของห้องสมุดนี้ จะใช้เป็นที่ประชุมของคณะกรรมาธิการงบประมาณและเป็นที่ลงชื่อของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาประชุมในวันประชุมสภาฯ (อาสา ทรัพย์อนันต์, 2497, น. 147)
จนกระทั่งพุทธศักราช 2512 นายประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์ เลขาธิการรัฐสภา จึงได้นำเสนอความเห็นต่อ ฯพณฯ พันเอก นายวรการบัญชา (บุญเกิด สุตันตานนท์) ประธานวุฒิสภา และพลตรีศิริ สิริโยธิน ประธานสภาผู้แทน ถึงความจำเป็นที่ต้องมีที่ประชุมสภา ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ และสำนักงานของเจ้าหน้าที่ของสภา เพราะสถานที่ที่มีอยู่ไม่เพียงพอแก่การปฏิบัติงาน ซึ่งท่านประธานสภาคนก่อนได้พิจารณาเห็นชอบ และได้ดำเนินการตั้งกรรมการเขียนแบบและตรวจแบบ และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติจัดสร้างตั้งแต่พุทธศักราช 2509 แต่เรื่องดังกล่าวยังค้างอยู่ที่คณะรัฐมนตรี เมื่อประธานทั้งสองสภาได้พิจารณาทบทวนรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้วเห็นชอบด้วย จึงได้เร่งรัดไปทางคณะรัฐมนตรีขอให้พิจารณาอนุมัติจัดสร้างสถานที่ที่ขออนุมัติไปโดยด่วน
พลตำรวจตรีสง่า กิตติขจร เลขาธิการคณะรัฐมนตรีขณะนั้นได้ขอให้เลขาธิการรัฐสภาชี้แจงเหตุผลในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อันมีจอมพล ถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ลงมติเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2512 อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างได้ตามเสนอ ได้ทำสัญญาก่อสร้างในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2513 และมีพิธีวางศิลากฤษ์ โดยมี ฯพณฯ พันเอก นายวรการบัญชา (บุญเกิด สุตันตานนท์) ประธานรัฐสภาขณะนั้นเป็นประธาน เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2514 และดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2517 อาคารสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาใหม่นี้ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของพระที่นั่งอนันตสมาคม ถนนอู่ทองใน เขตดุสิต สำหรับอาคารสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาที่จัดสร้างขึ้นมี 3 หลัง คือ
อาคารเอ (อาคารรัฐสภา 1)
อาคารหลังที่ 1 เป็นสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ดังนี้
- ชั้นที่ 1 ส่วนใหญ่เป็นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ ใช้เป็นที่ติดต่องานทั่วไปกับสมาชิกรัฐสภา และบุคคลภายนอก
- ชั้นที่ 2 เป็นห้องประชุมสภา สามารถจัดให้สมาชิกร่วมประชุมได้ถึง 450 คน และมีที่ให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าฟังการประชุม และสังเกตการณ์ได้ไม่น้อยกว่า 200 คน
- ชั้นที่ 3 เป็นห้องประชุมกรรมาธิการทั้งของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร โดยจัดแบ่งเป็นห้อง ๆ เล็กใหญ่ตามความต้องการอย่างเพียงพอ
อาคารบี (อาคารรัฐสภา 2)
อาคารหลังที่ 2 เป็นอาคาร 7 ชั้น ชั้นล่างเป็นโรงพิมพ์ ต่อจากนั้นก็จัดเป็นห้องรับรอง ห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ของรัฐสภา และห้องทำงานของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
อาคารสโมสรรัฐสภา
อาคารหลังที่ 3 เป็นสโมสรของรัฐสภาสูง 2 ชั้น สามารถให้บริการแก่สมาชิกรัฐสภาเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนบริการทั่วไปในเรื่องการกีฬาและบันเทิง
ในพุทธศักราช 2531 ห้องสมุดรัฐสภา ได้ย้ายที่ทำการมาอยู่ที่ชั้น 1 อาคารเอ (อาคารรัฐสภา 1) ประกอบด้วย 4 ห้อง คือ
- ห้องที่ 1 จัดเก็บเอกสารวิชาการ ทั้งหนังสือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หนังสือรายงาน การวิจัย วิทยานิพนธ์ หนังสืออ้างอิง และหนังสืออนุสรณ์งานศพ
- ห้องที่ 2 จัดเก็บสิ่งพิมพ์รัฐบาล รายงานการประชุมสภา
- ห้องที่ 3 จัดเก็บหนังสือราชกิจจานุเบกษา หนังสือกฎหมาย
- ห้องที่ 4 เป็นห้องสมุด “หะริน หงสกุล” จัดเป็นหน่วยบริการสนเทศออนไลน์ และห้อง จัดหมู่และทำบัตรรายการและชั้น 3 อาคารบี (อาคารรัฐสภา 3) ห้องที่ 5 เป็นห้องจัดเก็บวารสารและหนังสือพิมพ์ กฤตภาค และวารสารเย็บเล่มปกแข็ง

ในระหว่างพุทธศักราช 2535-2536 ห้องสมุดได้ย้ายที่ทำการเฉพาะในส่วนของงานจัดหา งานจัดหมู่และทำบัตรรายการ มายังอาคารบี ชั้น 4 (อาคารรัฐสภา 3) นอกจากนี้ยังมีการย้ายที่ทำการของห้องสมุดอีก หลายครั้ง ได้แก่
- การย้ายห้องหนังสือวิชาการทั่วไปและสิ่งพิมพ์รัฐบาล จากชั้น 1 มาให้บริการที่บริเวณ ชั้น 3 อาคารเอ (อาคารรัฐสภา 1)
- การย้ายห้องหนังสือวิชาการทั่วไปและสิ่งพิมพ์รัฐบาล จากบริเวณ ชั้น 3 มาให้บริการที่บริเวณ ชั้น 1 อาคารเอ (อาคารรัฐสภา 1)
ทั้งนี้ ได้จัดให้มีห้องบริการหนังสืออ้างอิงและรายงานการประชุมสภาไว้เป็นการเฉพาะใกล้กับห้องหนังสือวิชาการทั่วไป ที่บริเวณ ชั้น 1 อาคารเอ (อาคารรัฐสภา 1) และพุทธศักราช 2539 มีการย้ายห้องที่ 5 อาคารบี ชั้น 3 (อาคารรัฐสภา 3) ห้องวารสารและหนังสือพิมพ์ มาให้บริการที่บริเวณอาคารเอ ชั้น 1 ส่วนกฤตภาคข่าวนั้น ได้นำมาจัดเก็บและให้บริการที่บริเวณหน้าห้องพิจารณางบประมาณ อาคารบี ชั้น 3 (เพื่อปรับปรุงห้องวารสารฯ เป็นห้องทำงานของรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร)
จนกระทั่งในเดือนตุลาคม 2541 ได้ย้ายกองการพิมพ์ซึ่งทำการที่ ชั้น 1 อาคารบี (อาคารรัฐสภา 3) ไปที่อาคารธนาคารทหารไทย ถนนศรีอยุธยา เขตพญาไท และปรับปรุงสถานที่ดังกล่าวเพื่อให้เป็นที่ทำการของห้องสมุด โดยย้ายทุกแผนกของห้องสมุดมาไว้ด้วยกัน และเปิดให้บริการในเดือนมกราคม ปี 2542 ซึ่งบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ของกลุ่มงานห้องสมุดและกลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ จะมีที่ทำการที่บริเวณ ชั้น 2 ส่วนบริเวณ ชั้น 1 เป็นสถานที่จัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภท เพื่อการให้บริการยืม-คืน
ต่อมาพุทธศักราช 2561 วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2561 มีการย้ายสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นการชั่วคราว เพื่อรอการขนย้ายไปที่ทำการอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ถนนทหาร (เกียกกาย) ซึ่งที่ทำการชั่วคราวประกอบด้วยสถานที่ 3 แห่ง คือ อาคารทิปโก้ ถนนพระรามหก เขตพญาไท ชั้นที่ 16, 19, 20 อาคารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถนนสุโขทัย กรุงเทพฯ (อาคารดีพร้อม ที่ทำการพรรคชาติพัฒนา) และอาคารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถนนประดิพัทธ์ กรุงเทพฯ (อาคารกษาปณ์ ประดิพัทธ์)
ต่อมาพุทธศักราช 2561 วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2561 มีการย้ายสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นการชั่วคราว เพื่อรอการขนย้ายไปที่ทำการอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ถนนทหาร (เกียกกาย) ซึ่งที่ทำการชั่วคราวประกอบด้วยสถานที่ 3 แห่ง คือ อาคารทิปโก้ ถนนพระรามหก เขตพญาไท ชั้นที่ 16, 19, 20 อาคารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถนนสุโขทัย กรุงเทพฯ (อาคารดีพร้อม ที่ทำการพรรคชาติพัฒนา) และอาคารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถนนประดิพัทธ์ กรุงเทพฯ (อาคารกษาปณ์ ประดิพัทธ์)
สำหรับกลุ่มงานห้องสมุดและกลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ ได้ย้ายที่ทำการชั่วคราวไปที่อาคารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถนนประดิพัทธ์ โดยกลุ่มงานห้องสมุด จะมีที่ทำการ 2 ส่วน คือ ส่วนแรก เป็นที่ทำการของบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ด้านงานเทคนิค ตั้งอยู่ในพื้นที่ทำการของสำนักวิชาการ บริเวณชั้น 2 อาคาร 2 ส่วนที่สอง เป็นพื้นที่ให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ ตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 2 ห้องฝึกอบรม (อาคารเอทีเอ็ม) โดยมีบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประจำอยู่เพื่อให้บริการ
สำหรับกลุ่มงานห้องสมุดและกลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ ได้ย้ายที่ทำการชั่วคราวไปที่อาคารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถนนประดิพัทธ์ โดยกลุ่มงานห้องสมุด จะมีที่ทำการ 2 ส่วน คือ ส่วนแรก เป็นที่ทำการของบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ด้านงานเทคนิค ตั้งอยู่ในพื้นที่ทำการของสำนักวิชาการ บริเวณชั้น 2 อาคาร 2 ส่วนที่สอง เป็นพื้นที่ให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ ตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 2 ห้องฝึกอบรม (อาคารเอทีเอ็ม) โดยมีบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประจำอยู่เพื่อให้บริการ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
และพุทธศักราช 2564 หอสมุดรัฐสภา ได้ย้ายที่ทำการมายังอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ถนนทหาร (เกียกกาย) เมื่อเดือนสิงหาคม 2564 และได้เปิดทำการอย่างเป็นทางการ ในวันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 โดยที่ทำการจะอยู่ที่อาคารรัฐสภา โซน C (โซนกลาง) ในพื้นที่บริเวณ ชั้น 10 จะเป็นที่ทำการของบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ของกลุ่มงานห้องสมุดและกลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ ส่วนพื้นที่บริเวณ ชั้น 9 เป็นสถานที่จัดเก็บ และให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ แก่สมาชิกรัฐสภา คณะกรรมาธิการ บุคคลในวงงานรัฐสภา และประชาชนทั่วไป
ทั้งนี้ การเล่าเรื่องหอสมุดรัฐสภานั้น ได้เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้ว สำหรับท่านที่สนใจ สามารถเข้าเยี่ยมชมและขอรับบริการของหอสมุดรัฐสภาได้ที่ ชั้นที่ 9 โดยจะมีบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการ และผ่านเว็บไซต์หอสมุดรัฐสภา https://library.parliament.go.th



