อากาศยานไร้คนขับเพื่อความมั่นคง

ผู้เรียบเรียง :
สุภาพิชญ์ ถิระวัฒน์, นิติกรชำนาญการ กลุ่มงานบริการวิชาการ 1 สำนักวิชาการ
วันที่ออกอากาศ :
2568-07
ประเภทสิ่งพิมพ์ :
หน่วยงานที่เผยแพร่ :
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “โดรน” (Drone) เป็นอากาศยานชนิดหนึ่งที่ไม่มีนักบินประจำการบนเครื่อง แต่สามารถควบคุมได้จากภาคพื้นดินระยะไกล โดยการควบคุมสามารถทำได้ 2 ลักษณะ คือ การควบคุมอัตโนมัติจากระยะไกลโดยมีผู้บังคับ และการควบคุมแบบอัตโนมัติโดยใช้ระบบการบินด้วยตนเองซึ่งอาศัยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีระบบซับซ้อนติดตั้งไว้ในอากาศยาน ดังนั้น ลักษณะ รูปร่าง ขนาด และคุณสมบัติของอากาศยานไร้คนขับ จึงแตกต่างกันออกไปตามลักษณะการใช้งาน

ในระยะแรกอากาศยานไร้คนขับถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเป้าในการฝึกทางอากาศ (Aerial Target) หลังจากนั้นได้รับการพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการทหารเป็นหลัก เช่น การลาดตระเวน สอดแนม และเพิ่มความสามารถในการจู่โจมและทำลายเป้าหมายโดยการควบคุมสั่งการสามารถทำได้ระยะไกลมากขึ้น ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาเพื่อนำมาใช้ประโยชน์สำหรับภาคพลเรือนด้วย เช่น การใช้พ่นสารเคมีในภาคการเกษตร การใช้สำรวจพื้นที่ และการขนส่ง เป็นต้น 

อากาศยานไร้คนขับทางการทหารได้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อสังเกตพื้นที่แวดล้อมของข้าศึก ต่อมาภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงถูกพัฒนาให้มีขนาดเล็กลงเพื่อใช้งานด้านการข่าว การลาดตระเวนเฝ้าติดตามเป้าหมาย และการสอดแนมทางทหาร และได้มีการพัฒนาเรื่อยมาจนสามารถติดอาวุธเพื่อโจมตีได้ สำหรับปฏิบัติการทางทหารซึ่งใช้อากาศยานไร้คนขับที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก คือ การที่สหรัฐอเมริกาใช้อากาศยานไร้คนขับติดอาวุธแบบพรีเดเตอร์ (Predator) สังหารผู้นำระดับสูงของอัลกออิดะห์ และตาลิบันในอัฟกานิสถาน และใช้อากาศยานไร้คนขับแบบรีพเปอร์ (Reaper) ติดตั้งขีปนาวุธสังหารผู้ก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน ปากีสถาน และเยเมน ซึ่งอากาศยานไร้คนขับนี้ถูกควบคุมโดยนักบินที่อยู่ที่สหรัฐอเมริกาโดยใช้การสื่อสารผ่านดาวเทียม ปัจจุบันมีมากกว่า 90 ประเทศทั่วโลกที่มีอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนทางทหารประจำการ และมี 11 ประเทศ ที่นำมาใช้แบบติดอาวุธ คือ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ตุรกี อังกฤษ รัสเซีย จีน อินเดีย อิหร่านและอิสราเอล 

สำหรับประเทศไทยได้มีการนำอากาศยานไร้คนขับมาใช้ตั้งแต่ปี 2531 ในสงครามร่มเกล้าระหว่างไทยและลาว โดยในขณะนั้นได้มีการจัดหาอากาศยานไร้คนขับประเภท RPV (Remotely Piloted Vehicle) จากอังกฤษเข้ามาประจำการในกองทัพอากาศไทยจำนวน 7 ลำ ประจำการที่ฝูงบิน 402 กองบิน 4 ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ของกองทัพอากาศ มีภารกิจตรวจการณ์และถ่ายภาพ แต่การใช้งานในขณะนั้นมีข้อจำกัดด้านระบบสื่อสารเนื่องจากไม่เหมาะกับการใช้งานในภูมิประเทศที่เป็นป่าและภูเขา ต่อมาเมื่ออากาศยานไร้คนขับได้รับการพัฒนามากขึ้น กองทัพบกได้จัดหาอากาศยานไร้คนขับจากประเทศอิสราเอลเข้ามาประจำการที่กองพลทหารปืนใหญ่ในภารกิจตรวจการณ์ ชี้เป้าและเป็นผู้ตรวจการณ์หน้าในการยิงปืนใหญ่ และจัดซื้ออากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กจากสหรัฐอเมริกามาใช้ในภารกิจของหน่วยทหารในจังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มเติม 

ปัจจุบัน กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองบัญชาการกองทัพไทย มีอากาศยานไร้คนขับเพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจที่แตกต่างกัน เช่น การใช้ในการลาดตระเวน สนับสนุนข้อมูลทางอากาศ เฝ้าตรวจพื้นที่ ค้นหาเป้าหมาย สนับสนุนด้านการบรรเทาสาธารณภัย การค้นหาผู้ประสบภัย เป็นต้น โดยแต่ละเหล่าทัพมีความต้องการรูปแบบของอากาศยานไร้คนขับที่แตกต่างกัน เช่น กองทัพบกให้ความสำคัญกับการใช้ในการตรวจชี้เป้าและเป็นผู้ตรวจการณ์หน้าในการยิงปืนใหญ่ กองทัพเรือต้องการอากาศยานไร้คนขับที่มีความสามารถในการขึ้นและลงในทางดิ่งได้ในพื้นที่จำกัดหรือบนเรือได้ ในขณะที่กองทัพอากาศต้องการอากาศยานไร้คนขับที่มีความสามารถในการลาดตระเวนระยะไกล ทำให้เกิดการศึกษา วิจัยเกี่ยวกับอากาศยานไร้คนขับสำหรับกิจการทางด้านการทหารอย่างจริงจังในหลายหน่วยของกองทัพ รวมถึงการวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศด้วย ทั้งนี้ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองและส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

การพัฒนาอากาศยานไร้คนขับของไทยที่น่าสนใจ เช่น กองทัพอากาศ โดยความร่วมมือของกรมสรรพาวุธทหารอากาศและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้พัฒนาระบบอาวุธประกอบปืนเล็กยาวอัตโนมัติแบบ M4 เพิ่มประสิทธิภาพของอากาศยานไร้คนขับให้สามารถติดตั้งอาวุธและวัตถุระเบิดได้ ซึ่งเป็นการแสดงศักยภาพของไทยที่สามารถประกอบอากาศยานไร้คนขับแบบติดอาวุธใช้ได้เองภายในประเทศ และได้ร่วมลาดตระเวนป้องกันฐานบิน กองบิน 3 วัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 นอกจากนั้น ที่ผ่านมากองทัพอากาศยังได้จัดตั้งศูนย์การฝึกอากาศยานไร้คนขับกองทัพอากาศเพื่อฝึกบุคลากรให้มีความรู้ในการบังคับอากาศยานไร้คนขับตามมาตรฐานสากลเพิ่มเติมจากศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่เป็นศูนย์ฝึกอบรมนักบินระบบอากาศยานไร้คนขับเป็นแห่งแรกของไทยด้วย

ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเทคโนโลยีของอากาศยานไร้คนขับทางการทหารมีความก้าวหน้าไปมาก ทำให้การใช้อากาศยานไร้คนขับในมิติด้านความมั่นคงมีความสำคัญ และถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายเพิ่มมากขึ้นเพราะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียกำลังพล มีความแม่นยำสูง เป็นเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ เพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางทหารเนื่องจากสามารถปฏิบัติการแทนกำลังพลในบางภารกิจได้ การใช้อากาศยานไร้คนขับทางทหารให้เหมาะสมกับภารกิจจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่ากับงบประมาณ สามารถป้องกันประเทศจากภัยคุกคามต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น