รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง การพัฒนาแผนปฏิบัติราชการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาโดยใช้เครื่องมือการวินิจฉัยสุขภาพองค์กรและเครื่องมือการมองอนาคตเชิงกลยุทธ์

ชื่อเรื่องในภาษาอื่น :
Developing Human Resource Management Strategy for Parliamentary Offices Using Organizational Health Diagnostic and Strategic Foresight Tools
ผู้แต่ง :
ธัชเฉลิม สุทธิพงษ์ประชา
ณฐนภ ศรัทธาธรรม
จำนวนหน้า :
161
ปีที่เผยแพร่ :
2564
ประเภท :
งานวิจัยโดยสถาบันและนักวิชาการอิสระ
ผู้ให้ทุน/ผู้สนับสนุน :
ได้รับทุนในการวิจัยจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
บทคัดย่อ/เนื้อเรื่องย่อ :

งานวิจัยนี้มี 3 วัตถุประสงค์หลัก คือ

  1. 1) เพื่อวิเคราะห์บริบทสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้แก่ บริบทเชิงกฎหมาย เชิงยุทธศาสตร์ เชิงนโยบาย และบริบททางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อส่วนราชการสังกัดรัฐสภาในอนาคต
  2. 2) เพื่อประเมินความก้าวหน้าของยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561-2565
  3. 3) เพื่อจัดทำและวิเคราะห์ฉากทัศน์แห่งอนาคตของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา และ
  4. 4) เพื่อออกแบบยุทธศาสตร์และกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลให้สามารถบรรลุเป้าหมายตามฉากทัศน์ที่พึงประสงค์ได้

กรอบแนวคิดทฤษฎีที่ใช้ประกอบด้วยตัวแบบการประเมินนโยบาย (ตัวแบบ CIPP และส่วนขยาย) การวินิจฉัยสุขภาพองค์กร และการวิเคราะห์และสร้างฉากทัศน์อนาคต เครื่องมือที่ใช้จัดเก็บข้อมูล คือ การสำรวจทัศนคติ (Attitude Survey) การสนทนากลุ่ม (Focus Group) และการวิจัยเอกสาร (Documentary Research)

ผลการศึกษาหลัก
1. ส่วนราชการสังกัดรัฐสภามีแผนยุทธศาสตร์จำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการบริหารองค์กร และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561-2565 มีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561-2564 แผนยุทธศาสตร์สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2560-2564 แผนพัฒนา Digital Parliament ของรัฐสภา ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2561-2565) และยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนและผลักดันการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมข้าราชการรัฐสภา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 - 2567 อย่างไรก็ตาม การถ่ายทอดและสื่อสารยุทธศาสตร์ไปยังบุคลากรยังมีอุปสรรค เนื่องจากขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภายในที่ได้รับผิดชอบขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังพบว่าประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ แผนงานและโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ยังมีความคล้ายคลึงกัน จึงทำให้ยากที่จะบูรณาการทรัพยากรในการพัฒนาองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยกลยุทธ์ แผนงาน และโครงการตามยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561-2565 มีขอบเขตกว้างเกินไปทำให้บุคลากรไม่เข้าใจว่า ระบบบริหารทรัพยากรบุคคลและคุณภาพของบุคลากรจะเป็นอย่างไรเมื่อสิ้นสุด
ระยะดำเนินการตามยุทธศาสตร์

2. ปัจจัยขับเคลื่อน 2 ปัจจัยที่กระทบต่อการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาใน 5 ปีข้างหน้า คือ 1) การก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิทัลและสังคมดิจิทัล 2) การก้าวเข้าสู่ระบบการบริหารภาครัฐที่เน้นวาระ (Agenda-based Public Sector Management) มากกว่าการบริหารตามโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินดังเช่นในอดีต ในบรรดาฉากทัศน์อนาคตทั้งหมดที่คณะวิจัยค้นพบจากปัจจัยการขับเคลื่อน 2 ปัจจัย ฉากทัศน์ "องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและโครงสร้างองค์กรที่ยืดหยุ่น" (Data-driven and Agile Organization) คือ ฉากทัศน์ที่พึงประสงค์ (Desirable Scenario) ซึ่งเป็นฉากทัศน์ที่กระบวนการงานมีความยืดหยุ่นคล่องตัวและส่งเสริมนวัตกรรม รวมทั้งการตัดสินใจของผู้บริหารต้องตั้งอยู่บนข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์

3. อย่างไรก็ตาม จุดด้อยของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่ต้องดำเนินการปรับปรุงเร่งด่วน คือ การกำหนดเป้าหมายระดับองค์กรและการสื่อสารเป้าหมายนั้นไปยังบุคลากรที่ต้องมีประสิทธิภาพและครอบคลุมบุคลากรทุกกลุ่มมากขึ้น รวมทั้งตัวชี้วัดระดับบุคลากรต้องได้รับการออกแบบให้ท้าทายและเอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม นอกจากนี้ การบริหารทรัพยากรบุคคลและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลต้องเพิ่มบทบาทเชิงรุกในการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับสำนักให้สามารถใช้เครื่องมือการบริหารทรัพยากรบุคคลและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในการดึงศักยภาพและความสามารถบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นรัฐสภาดิจิทัล