การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน

ผู้เรียบเรียง :
พิธุวรรณ กิติคุณ, วิทยากรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานบริการวิชาการ 1 สำนักวิชาการ
วันที่ออกอากาศ :
2568-05
ประเภทสิ่งพิมพ์ :
หน่วยงานที่เผยแพร่ :
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

สืบเนื่องจากในอดีตประเทศไทยมีกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตจํานวนมาก การประกอบกิจการของประชาชนจะต้องขออนุญาตจากส่วนราชการหลายแห่ง อีกทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตบางฉบับไม่ได้กําหนดระยะเวลา เอกสารและหลักฐานที่จําเป็น รวมถึงขั้นตอนในการพิจารณาไว้ทําให้เป็นอุปสรรคต่อประชาชนในการยื่นคําขออนุญาตดําเนินการต่าง ๆ ดังนั้น การมีกฎหมายกลางที่จะกําหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาต จะทำให้เกิดข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการขออนุญาตซึ่งจะเป็นการอํานวยความสะดวกแก่ประชาชน จึงได้มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 พบวายังมีข้อจำกัดหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการขออนุญาตประกอบกิจการหรือดำเนินการในเรื่องหนึ่งที่ประชาชนต้องยื่นขออนุญาตมากกว่าหนึ่งหน่วยงานหรือมากกว่าหนึ่งใบอนุญาตซึ่งมีกระบวนการหลายขั้นตอน มีความยุงยาก และมีหลายหน่วยงานเขามาเกี่ยวของในการใชดุลพินิจในการพิจารณาอนุญาต ได้กอใหเกิดความล่าช้า สงผลใหประชาชนเกิดความยุงยาก เสียเวลาและคาใช้จ่ายในการขออนุญาต รวมถึงเป็นอุปสรรคในการประกอบธุรกิจที่สงผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้หรือการที่บทบัญญัติของกฎหมายที่ใชบังคับในปจจุบันยังไม่สอดคลองกับเทคโนโลยี วิถีการดำรงชีวิตของประชาชนและรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

ดังนั้น เพื่อปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการคณะรัฐมนตรีจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. ....ต่อสภาผู้แทนราษฎร 1 ฉบับ และนายวรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร ที่มีหลักการและเหตุผลทำนองเดียวกันอีก 1 ฉบับ ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้นำมาพิจารณาพร้อมกันและลงมติในวาระที่หนึ่งรวมกันตามข้อบังคับ ข้อ 55 (2) และข้อ 117 วรรคสามในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 2 ครั้งที่ 10 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568 โดยที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ทั้ง 2 ฉบับ และให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 31 คน กำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 15 วัน และให้ใช้ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลักในการพิจารณาในวาระที่สอง ปัจจุบัน คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... เสร็จแล้วโดยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ในระหว่างการรอบรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวาระที่สองและวาระที่สามต่อไป

อนึ่ง หากร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาและประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว จะก่อให้เกิดประโยชน์ 3 ด้าน ประกอบด้วย

  1. 1) ด้านเศรษฐกิจ เป็นการช่วยทำให้การประกอบกิจการที่จะต้องได้รับการอนุญาตเพื่อประกอบกิจการมีความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ช่วยลดปัญหาและอุปสรรคในการประกอบธุรกิจเนื่องจากมีการลดขั้นตอนการอนุญาตให้น้อยลง ทำให้ผู้ประกอบกิจการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็วการประกอบกิจการต่าง ๆ เป็นไปด้วยความสะดวก และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการพัฒนาระบบการให้บริการผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปหน่วยงานที่มีหน้าที่ออกใบอนุญาต ทำให้ไม่เป็นการสร้างภาระลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และไม่เป็นอุปสรรคต่อประชาชนและผู้ประกอบการในการยื่นคำขออนุญาตเพื่อดำเนินกิจการต่าง ๆ
  2. 2) ด้านสังคม เป็นการช่วยอำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชนในทุกระดับและทุกมิติซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เกิดการลดความเหลื่อมล้ำ
  3. และสร้างความเป็นธรรมในสังคม เป็นผลดีต่อประชาชนและผู้ประกอบการที่จะได้รับการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อราชการอย่างโปร่งใส ชัดเจน สามารถเข้าถึงและรับทราบข้อมูลการให้บริการ ขั้นตอนระยะเวลาที่ต้องใช้ และช่องทางในการให้บริการต่าง ๆ ของภาครัฐได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจนทำให้สามารถจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ และค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้ได้อย่างครบถ้วน ทำให้ประชาชนไม่ต้องเสียเวลาติดต่อหน่วยงานของรัฐหลายครั้ง เกิดความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายรวมถึงยกระดับการให้บริการของหน่วยงานของรัฐในการพิจารณาอนุญาตได้ดียิ่งขึ้น และ
  4. 3) ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นการช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษทั้งในภาครัฐและประชาชน รวมทั้งลดการเดินทางไปติดต่อราชการที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดมลพิษการก่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติโดยไม่จำเป็น