จริยธรรมปัญญาประดิษฐ์

ผู้เรียบเรียง :
อัญชลี จวงจันทร์, วิทยากรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา สำนักวิชาการ
วันที่ออกอากาศ :
2568-05
ประเภทสิ่งพิมพ์ :
หน่วยงานที่เผยแพร่ :
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence: AI เป็นเทคโนโลยีที่หลายประเทศได้นำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ ด้านอุตสาหกรรม ด้านสุขภาพ เป็นต้น การพัฒนาดิจิทัล จึงเป็นกลไกในการยกระดับการทำงานของทุกภาคส่วนให้ทันสมัยและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ ในการให้บริการที่รวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งประเทศไทยได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยกำหนดนโยบายแผนพัฒนาด้านดิจิทัลและแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์

ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานขององค์กรและการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ในชีวิตของมนุษย์ เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานที่ง่ายและมีการกระทำในรูปแบบเดิมได้โดยอัตโนมัติ โดยเป็นการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ซ่อนอยู่ และช่วยให้การตัดสินใจดียิ่งขึ้น จากข้อมูลที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ต่อมาเมื่อการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างแพร่หลาย ความกังวลที่จะใช้ AI ไปในทางที่ผิดก็มีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาทางจริยธรรมที่อาจเกิดขึ้นจากการวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจที่ไม่ได้มาจากมนุษย์เอง จึงมีองค์กรจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจว่าจะสามารถป้องกันไม่ให้ AI ทำการตัดสินใจที่อาจเป็นอันตรายได้หรือไม่ อย่างไร

แนวทางการจัดการด้านจริยธรรม AI จึงเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจในการกำกับดูแลการใช้ปัญญาประดิษฐ์ โดยนโยบายทางจริยธรรม คือ หลักการและแนวทางปฏิบัติซึ่งออกแบบมาเพื่อพัฒนาและปรับใช้เทคโนโลยี AI ขององค์กร ซึ่งโดยปกติหลักจริยธรรมของ AI จะรวมถึงประเด็นต่าง ๆ เช่น ความเป็นธรรม ความโปร่งใส ความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย ความรับผิดชอบ และการกำกับดูแลของมนุษย์

สำหรับประเทศไทยได้มีการกำกับดูแลจริยธรรม AI ซึ่งมีการพัฒนากรอบกฎหมายกำกับดูแล AI โดยเฉพาะ ในประเด็นต่อไปนี้

  1. การกำหนดขอบเขตและหลักการของกฎหมายโดยการจัดระดับความเสี่ยงของระบบ AI ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งจะช่วยให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมกับระดับความเสี่ยง โดยไม่สร้างภาระเกินความจำเป็นสำหรับระบบที่มีความเสี่ยงต่ำ ขณะเดียวกันก็มีความเข้มงวดพอสำหรับระบบที่มีความเสี่ยงสูง
  2. การสร้างสมดุลระหว่างการบังคับใช้กฎเกณฑ์เชิงบังคับ (Hard law) และการส่งเสริมแนวปฏิบัติโดยสมัครใจ (Soft law) เช่น การสนับสนุนการพัฒนาประมวลจริยธรรมโดยหน่วยงานวิชาชีพหรือองค์กรกำกับดูแลตนเอง ซึ่งจะช่วยให้กรอบการกำกับดูแลมีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้กับการพัฒนาของเทคโนโลยี
  3. การจัดตั้งศูนย์ทดสอบนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI sandbox) เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ รวมทั้งทดสอบนวัตกรรมภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  4. การบูรณาการข้อกำหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และการกำกับดูแล AI โดยการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายทั้งสองฉบับ รวมถึงการให้ความรู้แก่ผู้พัฒนาและผู้ใช้งานถึงข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น การวางกรอบกฎหมายด้านจริยธรรมเพื่อกำกับดูแลการพัฒนาและใช้งาน AI อย่างมีประสิทธิผล จะเป็นปัจจัยสำคัญในการวางรากฐานสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI อย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม โดยสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนให้สอดคล้องกับการกำกับดูแล AI ของประเทศไทย ทั้งในแง่การออกแบบหลักการและขอบเขตของกฎหมาย การจัดระดับความเสี่ยงของระบบ การวางกลไกการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมาย การจัดตั้ง AI sandbox การสร้างความสมดุลระหว่างการบังคับใช้กฎเกณฑ์และการส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ดี ร่วมกันกำหนดนโยบาย พัฒนากรอบจริยธรรมและกฎหมายที่เข้มแข็ง ทำให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากพลังของ AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ ในขณะเดียวกันเป็นการลดทอนความเสี่ยงและผลกระทบเชิงลบต่างๆ เพื่อการพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์อย่างยั่งยืน