โครงการคนละครึ่ง พลัส

ผู้เรียบเรียง :
จีรณัทย์ ชาญเชิงพานิช, วิทยากรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานบริการวิชาการ 2 สำนักวิชาการ
วันที่ออกอากาศ :
2568-11
ประเภทสิ่งพิมพ์ :
หน่วยงานที่เผยแพร่ :
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

โครงการคนละครึ่ง พลัส เป็นหนึ่งในมาตรการภายใต้นโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่ได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2568 มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศอย่างรวดเร็ว และมีมูลค่าวงเงินประมาณ 44,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลคาดหวังว่าจะเป็นเครื่องมือเร่งด่วนเพื่อสร้างการหมุนเวียนของเม็ดเงินและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้น และบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนบางกลุ่มได้ทันที (Quick Big Win) ซึ่งโครงการนี้เป็นการต่อยอดและปรับเงื่อนไขจากโครงการคนละครึ่งในอดีต

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประชาชน ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง และไม่เป็นผู้ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งของรัฐที่ผ่านมา โดยโครงการคนละครึ่ง พลัส มีระยะเวลาของโครงการตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนดประมาณ 20 ล้านสิทธิหรือจนกว่าจะครบวงเงินสิทธิไม่เกิน 44,000 ล้านบาท โดยผู้ยื่นแบบภาษีมีสิทธิที่ได้รับ 2,400 บาทต่อคน และสำหรับผู้ไม่ยื่นแบบภาษีได้รับ 2,000 บาทต่อคน ตลอดโครงการ ซึ่งภาครัฐจะสนับสนุนเงินในอัตราร้อยละ 50 จำนวนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน ทั้งนี้ เงื่อนไขการใช้สิทธิที่สำคัญ ได้แก่

  1. 1) ต้องใช้สิทธิครั้งแรก ภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ก่อนเวลา 23.00 นาฬิกา เพื่อมิให้สิทธิถูกยกเลิกตามเงื่อนไขโครงการ
  2. 2) สามารถใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส ณ ร้านค้าที่ร่วมโครงการได้ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 นาฬิกา ของทุกวัน
  3. 3) ชำระเงินผ่าน G Wallet แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ
  4. 4) สามารถซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ โดยรับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”
  5. 5) กระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางจะดำเนินการโอนเงินในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนด

สำหรับสินค้าและบริการที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขโครงการคนละครึ่ง พลัส ประกอบด้วยสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า

แม้ว่าโครงการคนละครึ่ง พลัส จะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวันให้แก่ประชาชนเพื่อให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เกิดการบริโภคที่จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบและกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศในช่วงปลายปี 2568 ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวน 88,000 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 0.22 และการกำหนดวงเงินสิทธิของผู้ที่ยื่นแบบภาษีมากกว่าประชาชนทั่วไป จะเป็นการสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความยั่งยืนของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ ภาครัฐจะต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบเชิงบริบทด้วย เช่น การจำกัดการรั่วไหล การผสมผสานกับมาตรการระยะยาว และการมีระบบติดตามผลที่ดี หากไม่มีแผนเชิงโครงสร้างประกอบ ผลกระทบอาจจบลงที่การเพิ่มการใช้จ่ายชั่วคราวเท่านั้น และยังมีความเสี่ยงทางงบประมาณและผลกระทบทางการเมืองที่ต้องระมัดระวังในอนาคตต่อไป