ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

ผู้เรียบเรียง :
อารุณี ชัยสุวรรณ์, นิติกรชำนาญการ กลุ่มงานบริการวิชาการ 1 สำนักวิชาการ
วันที่ออกอากาศ :
2568-11
ประเภทสิ่งพิมพ์ :
หน่วยงานที่เผยแพร่ :
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 ซึ่งเสนอโดยคณะรัฐมนตรีชุดที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2558 เพื่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ซึ่งในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2559 วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2559 ที่ประชุมได้ลงมติในวาระที่หนึ่ง รับหลักการ โดยมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. .... จำนวน 15 คน กำหนดการแปรญัตติภายใน 7 วัน ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 36/2559 วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน 2559 ที่ประชุมได้พิจารณาในวาระที่สอง พิจารณาเรียงลำดับมาตรา และมีการลงมติในวาระที่สาม เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. .... และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 16 สิงหาคม 2559

เหตุผลความจำเป็นในการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 คือ การทุจริตและประพฤติมิชอบมีผลกระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงทางสังคม และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ประกอบกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในระยะที่ผ่านมาได้ทวีความรุนแรงและก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของแผ่นดินเป็นจำนวนมาก และจากการดำเนินนโยบายในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างจริงจัง ส่งผลให้มีคดีทุจริตและประพฤติมิชอบขึ้นสู่ศาลมากขึ้น สมควรจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หมายความถึง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางและศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1-9 ซึ่งวิธีการดำเนินคดีของศาลให้ใช้พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 บังคับ

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นศาลชั้นต้น มีอำนาจในการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยใช้ระบบไต่สวน และมีเจ้าพนักงานคดีทำหน้าที่ช่วยเหลือศาลในการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน อีกทั้งมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานหรือบุคคล หรือเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ หรือดำเนินการอื่นเพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา และหากจำเลยหลบหนีไปในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลมิให้นับระยะเวลาที่หลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ 

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบมีอำนาจพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในหลายลักษณะ ได้แก่ คดีอาญาเกี่ยวกับความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือการทุจริตตามกฎหมายเฉพาะ รวมถึงคดีฟอกเงิน คดีที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน และกฎหมายที่มุ่งป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ นอกจากนี้ ศาลยังมีอำนาจพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับการให้ รับ หรือเรียกรับผลประโยชน์เพื่อจูงใจหรือใช้อิทธิพลเพื่อข่มขืนใจเจ้าหน้าที่ของรัฐให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใด คดีที่บุคคลร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ คดีเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนคดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเนื่องจากความร่ำรวยผิดปกติ ทั้งนี้ อำนาจพิจารณาคดีดังกล่าวไม่ครอบคลุมคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและศาลเยาวชนและครอบครัว

การพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบจะมีเพียง 2 ชั้นศาล คือ ศาลชั้นต้นและศาลชั้นอุทธรณ์ โดยการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่งเป็นศาลชั้นต้น ให้อุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่งเป็นศาลชั้นอุทธรณ์ และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้เป็นที่สุด อย่างไรก็ตาม คู่ความอาจขออนุญาตฎีกา คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อศาลฎีกาได้ โดยต้องแสดงเหตุที่ศาลฎีกาควรรับฎีกาไว้พิจารณา พร้อมกับคําฟ้องฎีกา ซึ่งหากศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาตามฎีกานั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย หรือเป็นกรณีที่อัยการสูงสุดลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาของพนักงานอัยการก็จะมีคำสั่งรับฎีกานั้นไว้พิจารณา การฎีกาคำพิพากษาในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ จึงเป็นระบบอนุญาตไม่ใช่ระบบสิทธิดังเช่นคดีอาญาทั่วไป ซึ่งจะทำให้การพิจารณาคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และป้องกันไม่ให้เกิดการประวิงคดีโดยอาศัยขั้นตอนของกฎหมาย อันจะส่งผลให้การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น