เด็กและเยาวชน คือ ทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมจึงเป็นภารกิจที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่เพียงช่วยให้ประเด็นปัญหาและข้อเสนอของเด็กและเยาวชนได้รับการพิจารณาจากรัฐเพื่อกำหนดนโยบายสำหรับการบริหารประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมประชาธิปไตยให้กับคนทุกช่วงวัย
การส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ปัจจุบันภาครัฐได้มีการจัดตั้งหน่วยงานและออกกฎหมายหลายฉบับ เพื่อสนับสนุนบทบาทและการพัฒนาการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง เช่น พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550 อย่างไรก็ตาม การมีส่วนร่วมทางการเมืองของเด็กและเยาวชนในระบอบประชาธิปไตยยังคงมีข้อจำกัด ได้แก่ การขาดการรับฟังและนำข้อเสนอแนะไปพิจารณาอย่างจริงจัง และการขาดความเชื่อมั่นในศักยภาพของเด็กและเยาวชน รวมถึงการขาดความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาที่เด็กและเยาวชนให้ตรงกับความต้องการและทันกับสถานการณ์ ดังนั้น การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนจึงไม่ควรจำกัดเพียงการเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น แต่ต้องขยายขอบเขตไปถึงการให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจอย่างแท้จริง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาญัตติประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับการส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมือง มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย จำนวน 2 ญัตติ ญัตติแรกเสนอโดย นายชัชวาลล์ คงอุดม เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาเรื่อง "การสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ประเด็นนี้เป็นการเน้นถึงรากฐานสำคัญของการพัฒนาพลเมืองให้สอดคล้องกับระบอบการปกครองของประเทศไทยในปัจจุบัน อีกญัตติหนึ่งเสนอ โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนายฉัตร สุภัทรวณิชย์ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อเสนอในการส่งเสริมเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย โดยมองว่าเยาวชน คือ พลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนและสร้างสรรค์ประชาธิปไตยให้แข็งแรงและเติบโตอย่างยั่งยืน และที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ไปดำเนินการศึกษา เมื่อคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ศึกษาเสร็จแล้วได้นำรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อเสนอในการส่งเสริมเยาวชนและสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย มารายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม 2568 ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นด้วยกับรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ และให้ส่งไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไป
ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะในการเพิ่มการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเด็กและเยาวชน จากรายงานดังกล่าวมีประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่
การเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้เด็กและเยาวชนไม่เพียงแต่เป็นการให้สิทธิ แต่ยังเป็นการสร้างสังคมที่เคารพในศักดิ์ศรีและความคิดเห็นของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เมื่อเสียงของคนรุ่นใหม่ถูกรับฟังอย่างแท้จริงจะเป็นการพัฒนาทักษะพลเมืองของเด็กและเยาวชน และสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและความรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย การเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจจะนำมา ซึ่งนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกับยุคสมัย สร้างสังคมให้เข้มแข็งและยั่งยืน เป็นการส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมืองมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
สงวนลิขสิทธิ์ © 2565 หอสมุดรัฐสภา
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
เลขที่ 1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์ : +66(0) 2242 5900 ต่อ 5714, 5715, 5721-22 โทรสาร : +66(0) 2242 5990
อีเมล : library@parliament.go.th