ภายใต้บริบทที่การค้าด้านบริการของภูมิภาคอาเซียนเติบโตและพัฒนาถึงขีดสุด ประกอบกับกับปัจจัยภายในทางสังคมของประเทศไทย (อาทิ การลดลงของอัตราการเกิด การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ฯลฯ) และปัจจัยภายนอก คือ ทิศทางแนวโน้มในการเปิดเสรีการค้างานบริการวิศวกรรมโลกและการขยายการค้าและการลงทุนตามนโยบายเส้นทางสายไหมไหม่สู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงไต้ของจีน ประเทศไทยมีความเป็นไปได้สูงที่จะประสบปัญหาการชาดแคลนแรงงานวิศวกรและธุรกิจงานบริการวิศวกรรมในอนาคตอันโกล้ โดยมีแนวโน้มที่จะขาดแคลนแรงงานในเชิงคุณภาพแม้จะมีการเพิ่มขึ้นของจำนวนสถาบันการศึกษาที่เปิดการเรียนการสอนในสาชาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ที่ควรส่งผลในเชิงบวกต่อปัญหาการขาดแคลนแรงงานก็ตาม ในขณะที่การเปิดเสรีด้านวิศวกรรมอาเซียนจะส่งผลให้มีการไหลออกของแรงงานวิศวกรจากประเทศไทยมากขึ้นดังนี้ผลกระทบที่ประเทศไทยอาจได้รับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการขาดองคาพยพในการพัฒนาต่อยอดโครงสร้างด้านการค้าและการลงทุนพื้นฐานในภาคเศรษฐกิจจริงอันเป็นฐานสำหรับการผลิตสินค้าและบริการที่มีความจำเป็นต่อประเทศ ส่งผลให้ประเทศไทยขาดความพร้อมในการรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคต่อไป จากผลการศึกษาวิจัยพบว่า บทบัญญัติในทางระหว่างประเทศว่าด้วยการเปิดเสรีการค้าบริการในสาขางานวิศวกรรมตามกรอบอาเซียนของไทยและกฎหมายภายในของไทยในปัจจุบันมีความไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจของประเทศและของภูมิภาคโดยรวม อีกทั้งมีการกำหนดข้อผูกพันในเชิงปกป้องหากเปรียบเทียบกับบทบัญญัติของประเทศมาเลเซียโดยมีความคล้ายกันของเนื้อหากับกรอบข้อตกลงว่าด้วยงานบริการวิศวกรรมอื่นแทบทั้งหมดแม้จะจัดทำในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ขาดการบูรณาการ และไม่นำพาต่อแนวโน้มในการเปิดเสรีการค้างานบริการโลกประเทศไทยจึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการพิจารณาแก้ไขกฎหมายภายในพร้อมวางกรอบยุทธศาสตร์ในการเปิดเสริงานบริการวิศวกรรมอย่างเป็นระบบ โดยรัฐสมควรกำหนดเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศให้ชัดเจน พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการบูรณาการในการทำงานพร้อมดำเนินการเชิงรุกในสาขางานวิศวกรรมที่ประเทศไทยมีจุดแข็ง และดำเนินนโยบายเชิงปกป้องบางส่วนโดยเปิดเสรีอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยความสมัครใจในสาขาขานวิศวกรรมที่ประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะแข่งขันหรือที่คุณภาพของแรงงานวิศวกรรมต่างด้าวอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยที่สมควรได้รับการควบคุม ทั้งนี้โดย พิจารณาถึงการสร้างความสมดุลระหว่าง 1) ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะพึงได้รับจากการนำเข้าแรงแงงงานวิศวกรต่างชาติหรือองค์กรธุรกิจผู้ให้บริการวิศวกรรมต่างชาติ และ 2) มาตรการที่สมควร/จำเป็นเพื่อควบคุมโท้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานด้านความปลอดภัย ตลอดจนมาตรการในการส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ให้บริการชาวไทยให้พัฒนาไปพร้อมกันกับระดับของการเปิดเสรีดังกรณีศึกษาของประเทศมาเลเซียเป็นสำคัญ ทั้งนี้เพื่อใช้ประโยชน์จากการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี ตลดจนนวัตกรรมสมัยใหม่ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้านวิศวกรรมในประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมวิศวกรรมภายในเพื่อพัฒนาศักยภาพในการแข่งชันของไทยกับตลาดโลกที่จะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต อนึ่ง การสร้างแรงกระตุ้นย่อมไม่อาจมีได้หากชาดการสื่อสารและการวางกรอบปฏิบัติที่จำเป็น จากทางรัฐบาลเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างบุคคล (อาทิ วิศวกร) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (อาทิ กรมเจรจาการค้า สภาวิศวกร ฯลฯ) ให้ตระหนักรู้ ลดการต่อต้าน และมีทัศนคดีในเชิงบวกต่อการเปิดเสรีการค้าบริการงานวิศวกรรมที่จะนำมาซึ่งประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมงานบริการวิศวกรรมของประเทศอย่างเป็นระบได้ในระยะยาว
สงวนลิขสิทธิ์ © 2565 หอสมุดรัฐสภา
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
เลขที่ 1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์ : +66(0) 2242 5900 ต่อ 5714, 5715, 5721-22 โทรสาร : +66(0) 2242 5990
อีเมล : library@parliament.go.th