รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง การเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในพลวัตรโลก

ชื่อเรื่องในภาษาอื่น :
ASEAN Centrality in th Global Dynamics
ผู้แต่ง :
ประภัสสร์ เทพชาตรี
จำนวนหน้า :
268
ปีที่เผยแพร่ :
2564
ประเภท :
งานวิจัยโดยสถาบันและนักวิชาการอิสระ
ผู้ให้ทุน/ผู้สนับสนุน :
ได้รับทุนในการวิจัยจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
บทคัดย่อ/เนื้อเรื่องย่อ :

 

โครงการวิจัยนี้ มีชื่อโครงการวิจัยว่า "การเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในพลวัตรโลก" เป็นงานวิจัยเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ 2 ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คือ เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกิดความร่วมมือในเวทีประชาคมอาเขียนและรัฐสภาระหว่างประเทศ ตามแผนยุทธศาสตร์สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561-2564 โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยสี่ประการ คือ (1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์พัฒนาการและทิศทางในการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) ในสถาปัตยกรรมภูมิภาค (2) เพื่อศึกษากรอบความร่วมมือและยุทธศาสตร์ของอาเซียนและของประเทศคู่เจรจาของอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ในสถาปัตยกรรมภูมิภาค (3) เพื่อศึกษาปัจจัยเงื่อนไขที่ส่งผลต่อการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ในพลวัตรที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนและประเทศไทย และ (4) เพื่อศึกษายุทธศาสตร์ นโยบายแผนการ มาตรการ และกฎหมายของอาเซียน รัฐสมาชิกอาเซียน และและประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในสถาปัตยกรรมภูมิภาค ผลการวิจัยพบว่า พัฒนาการและทิศทางในการเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในสถาปัตยกรรมในภูมิภาค เป็นไปในทิศทางที่อาเซียนมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งยุทธศาสตร์ของอาเซียน และประเทศสมาชิกอาเซียนที่ต่างมีความพร้อมในการพัฒนาความเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ทั้งนี้ อาเซียนยังมีบทบาทในการเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งในสมัยสงครามเย็นและสมัยหลังสงครามเย็น กล่าวคือ ในสมัยสงครามเย็น อาเซียนได้มีการจัดทำปฏิญญาด้วยเขตสันติภาพ เสรีภาพ และความเป็นกลาง (Declaration on the Zone of Peace, Freedom and Neutrality - ZOPFAN) อาเซียนได้จัดทำเอกสาร Bali Concord I และสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงได้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia - TAC) ทำให้อาเซียนมีความเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น รวมถึงบทบาทในการจัดการปัญหากัมพูชา ที่อาเซียนได้ผลักดันให้เวียดนามถอนทหารออกจากกัมพูชาในปี ค.ศ. 1989 ซึ่งถือเป็นผลงานที่โดดเด่นในความเป็น ASEAN Centraity และในสมัยหลังสงครามเย็น อาเซียนได้เพิ่มบทบาทในการเป็นแกนกลางของสถาปัตยกรรมในภูมิภาคของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area-AFTA) และการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum - ARF) อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอาเซียนจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ และเกิดปัญหาติมอร์ตะวันออกก็ตาม แต่อาเชียนก็สามารถจัดตั้งประชาคมอาเซียนในปี ค.ศ. 2015 ได้สำเร็จและกลับมาเป็นแกนกลางของสถาปัตยกรรมโนภูมิภาคมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการจัดทำเอกสารต่าง ๆ หลายฉบับ ทั้ง Bali Concord II กฎบัตรอาเซียน แผนงานการจัดตั้งประชาดมอาเขียน และแผนแม่บทการเชื่อมโยงอาเซียน หรือ MPAC ซึ่งดอกย้ำความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนมากขึ้น

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก พบว่า อาเซียนสามารถแสดงบทบาทในการเป็นศูนย์กลาง (central role) ได้เป็นอย่างดี เพราะอาเซียนมีความเป็นอิสระ (autonormy) ในการแสดงจุดยืน สามารถแสดงบทบาทนำ (leading role) และเป็นผู้ริเริ่มความร่วมมือในกรอบต่าง ๆ รวมถึงอาเซียนสามารถมีบทบาทในการกำหนดระเบียบวาระการประชุมต่าง ๆ ได้ทั้งในการเจรจาเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน การเจรจาข้อพิพาททะเลจีนใต้ การเจรจาจัดทำปฏิญญาระหว่างอาเซียนกับสหรัฐในการต่อต้านการก่อการร้าย รวมทั้งในกรอบอาเซียน+3 RCEP และ East Asia Summit