แผนกห้องสมุด กองกลาง
ต่อมาในปี 2503 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2503 (ลงวันที่ 26 กรกฎาคม พุทธศักราช 2503) แผนกห้องสมุดเปลี่ยนสังกัดจากกองกรรมาธิการมาเป็นสังกัดกองกลาง (ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 77 ตอนที่ 64 ฉบับพิเศษ 1 สิงหาคม 2503 หน้า 1-4) และในวันที่ 28 มิถุนายน 2514 ได้มีบันทึกเรื่อง กำหนดระเบียบปฏิบัติงานในหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการในสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา ซึ่งแผนกห้องสมุด สังกัดกองกลางตาม พ.ร.ฎ. แบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา พ.ศ. 2514 กำหนดให้แผนกห้องสมุด มีข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโท ตำแหน่งบรรณารักษ์โทเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานห้องสมุดของสำนักงาน รวบรวมสิ่งของ ตลอดจนประวัติความเป็นมา มีรายละเอียด ดังนี้
- ติดต่อ โต้ตอบ จัดหา หนังสือ ตำรับตำรา เอกสาร และวารสารที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐสภา ทั้งภายในประเทศและจากต่างประเทศ ตลอดถึงจัดหา รวบรวมสิ่งของ ภาพถ่าย อันเป็นประวัติความเป็นมา หรือที่เป็นภาพบันทึกเกี่ยวกับกิจกรรมของรัฐสภา และสำนักงาน ฯ
- ติดต่อ โต้ตอบ ขอ ให้ และแลกเปลี่ยนหนังสือ เอกสาร วารสาร กับกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ และจากต่างประเทศทำทะเบียนรับและบัญชีรายการหนังสือทุกประเภท บัญชีรายการสิ่งของภาพถ่ายที่เกี่ยวกับความเป็นมาของรัฐสภาและของสำนักงานที่เข้าห้องสมุด และบัญชีรายการการให้หรือแลกเปลี่ยนหนังสือ ไว้เป็นหลักฐาน
- จัดวางระเบียบ การยืมหนังสือ และระเบียบการขอเข้าค้นคว้าหรือใช้ห้องสมุดสำหรับบุคคลภายนอก และทำบัญชีรายการยืมหนังสือหรือภาพถ่ายไว้เป็นหลักฐาน
- อำนวยความสะดวกต่อสมาชิกรัฐสภา ข้าราชการ และบุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาต ซึ่งต้องการเข้าค้นคว้าหนังสือหรือเอกสารในห้องสมุด
- จัดหนังสือให้อยู่ประจำตู้ เป็นหมวดหมู่ และทำบัตรรายการ
- แยกประเภทวิชา บัตรค้นหนังสือ บัตรชื่อผู้แต่ง บัตรชื่อเรื่องของที่เห็นว่าจำเป็นแก่การค้นคว้าอ้างอิง ตามระบบการแยกประเภทหนังสือแบบทศนิยม (Dewey Decimal Classification) คือ ระบบที่แยกหนังสือออกเป็น 10 ประเภทวิชาใหญ่ ๆ แล้วแยกตามจุดทศนิยมตามหัวข้อแขนงวิชาย่อย ๆ ต่อ ๆ ไปของหนังสือที่เห็นว่ามีความสำคัญแต่ละเล่มนั้น ๆ เพื่อความเป็นระเบียบและสะดวกรวดเร็วในการค้นคว้า อ้างอิง หมายเหตุ ปัจจุบันได้มีการนำระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือของหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน (Library of Congress Classification System หรือ L.C.) เป็นระบบที่ใช้ตัวอักษรโรมันผสมกับตัวเลขอารบิกในการจัดหมวดหมู่หนังสือ โดยแบ่งออกเป็น 20 หมวดหลัก (A-Z ยกเว้น I, O, W, X, Y) เพื่อจำแนกหนังสือตามเนื้อหาวิชา ระบบนี้เหมาะสำหรับห้องสมุดขนาดใหญ่และห้องสมุดเฉพาะทาง โดยเลขหมู่จะประกอบด้วยตัวอักษรหลัก 1-2 ตัว ตามด้วยตัวเลขอารบิก และอาจมีส่วนขยายเพิ่มเติมเพื่อความละเอียดของเนื้อหา
- จัดทำบรรณานุกรม ย่อเรื่องหนังสือหรือเอกสารที่สำคัญและจำเป็นแก่การค้นคว้า อ้างอิงของรัฐสภา (เช่น ประเภทกฎหมาย สาขาวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ ประเภทรายงานการประชุมของรัฐสภาไทยและของรัฐสภาต่างประเทศ เป็นต้น) และจัดทำย่อเรื่องเสนอแนะนำหนังสือใหม่ที่เข้าห้องสมุด
- ค้นคว้า รวบรวม เรียบเรียง ย่อเรื่อง เพื่อทำเป็นเค้าโครงการหรือเพื่อประกอบเรื่องราวเกี่ยวกับวิชาการตามผู้บังคับบัญชาหรือตามสมาชิกรัฐสภาจะสั่งหรือขอให้จัดทำค้นคว้า รวมทั้งเรื่องราวที่พิจารณาเห็นว่าต้องมีการค้นคว้า อ้างอิงอยู่ เป็นประจำ
- รวบรวม เรียบเรียง ย่อเรื่อง บันทึกเรื่องราว ประกอบสิ่งของหรือภาพถ่าย ที่เป็นประวัติความเป็นมาหรือกิจกรรม ไว้เป็นหลักฐานสำหรับค้นคว้า อ้างอิงในด้านประวัติความเป็นมาของรัฐสภา และของสำนักงาน ฯ และจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ของรัฐสภาขึ้น เพื่อให้ผู้ที่สนใจทราบความเป็นมาโดยลำดับ
- จัดทำสำเนาบัตรประเภทวิชา หรือสำเนาบรรณานุกรมของหนังสือ ประเภทรัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อส่งศูนย์สหบัตรสำนักบรรณสารการพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นครั้งคราว ตามความตกลงข้อผูกพันระหว่างสำนักกับสถาบันดังกล่าว ที่จะใช้ห้องสมุดและยืมหนังสือระหว่างกันได้
- พิจารณา ตัด รวบรวมข่าว บทนำ ความเห็นของหนังสือพิมพ์ ที่เสนอข่าวหรือบทความ ความเห็น วิพากษ์วิจารณ์พาดพิงมาถึง กิจการงานของรัฐสภาหรือของสำนักงานฯ แล้วทำบันทึกความเห็นเกี่ยวกับข่าว หรือบทความนั้น ๆ เสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณา
- เก็บรักษาหนังสือรายงานการประชุมของรัฐสภาในสมัยต่าง ๆ ที่ได้จัดพิมพ์เป็นเล่มแล้ว เพื่อการให้ หรือแลกเปลี่ยนตามระเบียบว่าด้วยการให้ยืมหรือแลกเปลี่ยนที่ได้วางไว้
ห้องสมุดรัฐสภาศูนย์บริการเอกสารและค้นคว้า
จนกระทั่ง ในปี 2517 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา พ.ศ. 2517 (ลงวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2517) (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 91 ตอนที่ 157 ฉบับพิเศษ 20 กันยายน 2517 หน้า 27-29) โดยมีการแบ่งส่วนราชการของสำนักงาน ฯ ซึ่งเดิมเป็นแผนกห้องสมุด สังกัดกองกลาง เปลี่ยนมาเป็นห้องสมุดรัฐสภา สังกัดศูนย์บริการเอกสารและค้นคว้า มีการแบ่งหน่วยงานภายในออกเป็น 5 งาน คือ งานธุรการทั่วไป ห้องสมุดรัฐสภา งานบริการค้นคว้างานผลิตเอกสารรัฐสภา พิพิธภัณฑ์รัฐสภา และได้มี คำสั่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ 11/2517 เรื่อง การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ ของส่วนราชการในสำนักงานเลขาธิการสภารัฐสภาตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา พ.ศ. 2517 (ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517) กำหนดให้ห้องสมุดรัฐสภา สังกัดศูนย์บริการเอกสารและค้นคว้า มีหน้าที่รับผิดชอบในการสรรหา เก็บรักษา และบริการหนังสือ ตำรา เอกสารรวมถึงนิตยสารทางวิชาการทุก ๆ ด้าน โดยมีการบริการภายในตามระบบสากลที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ
ห้องสมุดรัฐสภาศูนย์บริการเอกสารและค้นคว้า ฝ่ายวิชาการ
ต่อมา ได้มีคำสั่งรัฐสภาที่ 5/2527 เรื่อง การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการในสำนักงานเลขาธิการ รัฐสภา (ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2527) ซึ่งแบ่งส่วนราชการ ในสำนักงานฯ ออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายระเบียบงานรัฐสภา และฝ่ายวิชาการ โดยกำหนดให้ฝ่ายวิชาการ ประกอบด้วย ศูนย์บริการเอกสารและค้นคว้า ศูนย์บริการทางวิชาการและกฎหมาย สำหรับห้องสมุดรัฐสภา ในฐานะหน่วยงานภายใน ของศูนย์บริการเอกสารและค้นคว้า สังกัดฝ่ายวิชาการ มีหน้าที่ ความรับผิดชอบในการสรรหา จัดซื้อ จัดหมวดหมู่ เก็บรักษา บูรณะ หนังสือ ตำรา เอกสาร วารสารและโสตทัศนูปกรณ์ ตามหลักบรรณารักษศาสตร์ ให้บริการยืม และช่วยค้นหาแก่สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการ บุคคลที่เกี่ยวข้อง รับผิดชอบงานไมโครฟิล์มและหนังสือกฎหมาย หอสมุดรัฐสภา สำนักบริการข้อมูลและกฎหมาย
จนมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติการฝ่ายรัฐสภา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 (ลงวันที่ 1 เมษายน 2535) กำหนดให้มีส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ประกอบด้วย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติการฝ่ายรัฐสภา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ทำให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีการแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ใหม่ โดยคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาประกาศรัฐสภาแบ่งส่วนราชการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ลงวันที่ 11 กันยายน 2535) (ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 109 ตอนที่ 93 11 กันยายน 2535 หน้า 43-46) ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีการแบ่งส่วนราชการและการกำหนดหน้าที่ ดังนี้ สำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร กองกลาง กองคลังและพัสดุ กองสถานที่ กองการพิมพ์ กองการประชาสัมพันธ์ กองวิเทศสัมพันธ์ กองการประชุม กองกรรมาธิการ ศูนย์ชวเลขและพิมพ์ดีด สำนักบริการข้อมูล และกฎหมาย และมีการแบ่งโครงสร้างการบริหารงานภายในของสำนักบริการข้อมูลและกฎหมาย ออกเป็นระดับกอง 3 หน่วยงาน คือ หอสมุดรัฐสภา ศูนย์บริการทางวิชาการและกฎหมาย และศูนย์คอมพิวเตอร์ โดยที่หอสมุดรัฐสภา มีหน้าที่ความรับผิดชอบในงานด้านการบริหารงานห้องสมุดตามหลักบรรณารักษศาสตร์ ตามความต้องการของสมาชิกรัฐสภาและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง บริการค้นคว้า รวบรวมข้อมูลที่สมาชิกรัฐสภาแสดงความจำนงต้องการ เก็บรวมรวมข้อมูลเพื่อบริการแก่สมาชิกรัฐสภา ติดต่อกับแหล่งข้อมูลในการให้การบริการ การจัดทำพิพิธภัณฑ์ และปฏิบัติงานอื่นได้รับมอบหมาย
ต่อมา ได้มีประกาศรัฐสภาเรื่อง การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ลงวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2535) โดยทางหอสมุดรัฐสภา มีการแบ่งงานภายในออกเป็น 4 หน่วย คือ งานธุรการทั่วไป ฝ่ายห้องสมุด ฝ่ายบริการและค้นคว้า พิพิธภัณฑ์รัฐสภา ซึ่งฝ่ายห้องสมุด มีหน้าที่รับผิดชอบในงานด้านสรรหาจัดซื้อ จัดหมวดหมู่ เก็บรักษา บูรณะหนังสือ ตำรา เอกสาร วารสาร โสตทัศนูปกรณ์ เผยแพร่ตามหลักบรรณารักษศาสตร์ให้บริการยืมคืน บริการค้นหาแก่สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบงานไมโครฟิล์มและหนังสือกฎหมาย กล่าวได้ว่า หอสมุดรัฐสภานั้น มีหน้าที่ในการสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านนิติบัญญัติของสมาชิกรัฐสภา มาเป็นลำดับ (ติดตามต่อไปใน ฉบับที่ 3)