บทความพิเศษ เล่าเรื่องหอสมุดรัฐสภา (ตอนที่ 3)

ต่อมาพุทธศักราช 2537 ได้มีประกาศรัฐสภาเรื่อง การแบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2537 (ลงวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2537) (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 111 ตอนพิเศษ 19ง วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2537 หน้า 16-17) โดยยุบสำนักบริการข้อมูลและกฎหมาย และให้คงส่วนราชการในสำนักบริการข้อมูลและกฎหมายเดิม คือ หอสมุดรัฐสภาศูนย์บริการทางวิชาการและกฎหมาย ศูนย์คอมพิวเตอร์ (ในส่วนของหอสมุดรัฐสภายังคงมีการแบ่งงานภายในและอำนาจหน้าที่ดังเดิม)

และพุทธศักราช 2538 ได้มีประกาศรัฐสภาเรื่องการแบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2538 (ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2538) (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 112 ตอนพิเศษ 19ง วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2538 หน้า 21-23) โดยยกหอสมุดรัฐสภาให้มีฐานะเป็น “กอง” (ในส่วนของหอสมุดรัฐสภา ยังคงมีการแบ่งงานภายในดังเดิม) และมีประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาเรื่อง กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2538 (ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2538) ซึ่งประกาศทั้งสองฉบับนี้เป็นการปรับปรุงหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานภายในทุกงาน โดยให้ระบุข้อความเพิ่มเติมว่า “และปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย”

ฝ่ายพัฒนาสารสนเทศ หอสมุดรัฐสภา
        พุทธศักราช 2541 ได้มีประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา เรื่อง การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 (ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2541) โดยหอสมุดรัฐสภายังคงแบ่งงานภายในออกเป็น 4 หน่วย คือ งานธุรการทั่วไป ฝ่ายพัฒนาสารสนเทศ ฝ่ายบริการวิชาการ ฝ่ายพิพิธภัณฑ์และจดหมายเหตุ แต่ได้เปลี่ยนชื่อหน่วยงานภายใน จากเดิมซึ่งฝ่ายห้องสมุดนั้นได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ฝ่ายพัฒนาสารสนเทศ มีหน้าที่รับผิดชอบจัดหา รวมรวบ และนำมาซึ่งทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภท ดำเนินการจัดการตามหลักมาตรฐานสากล พัฒนาและวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ จัดทำดัชนีและฐานข้อมูล โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสารสนเทศนั้น ๆ อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด รวดเร็ว ถูกต้อง ทันสมัย ตรงตามความต้องการของผู้ใช้บริการ และปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย โดยแบ่งงานภายในออกเป็น 3 กลุ่มงาน ดังนี้ 

  • กลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ มีหน้าที่รับผิดชอบจัดซื้อ จัดหา และรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภทตลอดจนประสานงานเพื่อขอรับบริจาค และแลกเปลี่ยนทั้งภายในและภายนอกประเทศ และปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย
  • กลุ่มงานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการจัดการทรัพยากรสารสนเทศที่ได้รับจากฝ่ายพัฒนาสารสนเทศมาดำเนินการตามหลักมาตรฐานสากลในการวิเคราะห์หมวดหมู่ จัดทำฐานข้อมูลบรรณานุกรม และบำรุงรักษาทรัพยากรสารสนเทศนั้น ๆ จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน จัดแสดงเอกสารที่ได้รับใหม่ และปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย
  • กลุ่มงานดัชนีและฐานข้อมูล มีหน้าที่ความรับผิดชอบดำเนินการระบบฐานข้อมูลดัชนีด้วยระบบจัดเก็บและสืบค้นภาพและข้อมูล (Data Image Processing: DIP) และเผยแพร่ทรัพยากรสารสนเทศด้วยระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ระบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ประมวลผลฐานข้อมูล รวมถึงเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายในและภายนอกด้วยเทคโนโลยีระบบสื่อสารทางไกลพัฒนาฐานข้อมูลบนระบบเครือข่าย จัดทำเอกสารแนะนำหอสมุดรัฐสภา และปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

        **นอกจากนี้ยังกำหนดให้กลุ่มงานภายในของฝ่ายบริการวิชาการ (กลุ่มงานที่ 5) มีหน้าที่ความรับผิดชอบด้านการบริการสารสนเทศ งานบริการอ้างอิงและสาระสังเขป งานบริการยืม-คืนทรัพยากรสารสนเทศ บริการยืมคืนระหว่างห้องสมุด 
งานบริการโสตทัศนวัสดุ งานบริการข้อมูลจากระบบสื่อสารทางไกลและระบบเครือข่าย งานรวบรวมสถิติการบริการ ศึกษารูปแบบการให้บริการที่ทันสมัย และปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย อีกด้วย**

ส่วนพัฒนาสารสนเทศ หอสมุดรัฐสภา
        ต่อมาได้มีประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา เรื่องการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2541 (ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2541) ได้เปลี่ยนชื่อฝ่ายพัฒนาสารสนเทศ มาเป็นส่วนพัฒนาสารสนเทศ (ยังคงมีการแบ่งงานภายในและอำนาจหน้าที่ดังเดิม) 

กลุ่มงานห้องสมุด สำนักวิชาการ  
        พุทธศักราช 2545 ได้มีประกาศรัฐสภาเรื่องการแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2545 (ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2545) (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 119 ตอนที่ 60ง วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2545 หน้า 14-15) โดยยกหอสมุดรัฐสภาให้มีฐานะเป็นสำนักวิชาการ ต่อมามีประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา เรื่องการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2545 (ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2545)  (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 120 ตอนพิเศษ 132ง หน้า 20 วันที่ 17 พฤศจิกายน 2546) โดยสำนักวิชาการ แบ่งส่วนราชการภายในออกเป็น 8 กลุ่มงาน คือ กลุ่มงานบริหารทั่วไป กลุ่มงานห้องสมุด กลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ กลุ่มงานบริการวิชาการ 1 กลุ่มงานบริการวิชาการ 2 กลุ่มงานบริการวิชาการ 3 กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา กลุ่มงานพิพิธภัณฑ์และจดหมายเหตุ ซึ่งกลุ่มงานห้องสมุดและกลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ สังกัดสำนักวิชาการ มีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้ 

  • กลุ่มงานห้องสมุด สังกัดสำนักวิชาการ มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ 
    • ดำเนินการจัดซื้อ จัดหาและรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภท ตลอดจนประสานงานเพื่อขอรับบริจาคและแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานทั้งภายในและต่างประเทศ
    • วิเคราะห์หมวดหมู่และจัดการทรัพยากรสารสนเทศตามหลักมาตรฐานสากล จัดทำฐานข้อมูลบรรณานุกรม บำรุงรักษาทรัพยากรสารสนเทศ
    • ดำเนินการเกี่ยวกับการบริการสารสนเทศ งานบริการอ้างอิงและสาระสังเขป งานบริการยืม-คืนทรัพยากรสารสนเทศ บริการยืมระหว่างห้องสมุด บริการข้อมูลจากระบบสื่อสารทางไกลและระบบเครือข่าย และแนะนำการใช้บริการ
    • ดำเนินการเกี่ยวกับการประสานงานด้านความร่วมมือกับหอสมุดรัฐสภานานาประเทศ
    • จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและจัดแสดงทรัพยากรสารสนเทศที่ได้รับใหม่
    • ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย
  • กลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
    • ดำเนินการเกี่ยวกับระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ฐานข้อมูลของห้องสมุด และอุปกรณ์เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
    • ดำเนินการพัฒนาและประมวลผลฐานข้อมูลดัชนีกฤตภาคข่าวและราชกิจจานุเบกษาด้วยระบบการจัดเก็บและสืบค้นภาพและข้อมูล
    • ดำเนินการพัฒนาและประมวลผลฐานข้อมูล เชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยงานภายในและภายนอกด้วยเทคโนโลยีระบบสื่อสารทางไกล
    • ประสานงานเพื่อการจัดทำและพัฒนาฐานข้อมูลงานบริการวิชาการกับห้องสมุดและหน่วยงานวิชาการ ทั้งภายในและภายนอกเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลทางวิชาการ
    • จัดทำและพัฒนาเว็บไซต์ของสำนักวิชาการ
    • ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

       

นับว่าหอสมุดรัฐสภานั้น มีพัฒนาการมาเป็นลำดับพร้อมกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมโครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อให้สามารถเป็นแหล่งสารสนเทศทางด้านนิติบัญญัติ และด้านการเมืองการปกครองที่มีประสิทธิภาพ ตอบสนองภารกิจและการปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภา ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา บุคคลที่เกี่ยวข้องในวงงานรัฐสภา และประชาชนทั่วไป

        แล้วมาติดตามเล่าเรื่องหอสมุดรัฐสภาได้ในตอนถัดไป ซึ่งจะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับที่ทำการของหอสมุดรัฐสภา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีที่ทำการอยู่ที่ 1111 ถนนสามเสน แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

สายฝน ดีงาม, บรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษ