การพักการลงโทษ

ผู้เรียบเรียง :
ศรันยา สีมา, นิติกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานบริการวิชาการ 1 สำนักวิชาการ
วันที่ออกอากาศ :
2566-12
ประเภทสิ่งพิมพ์ :
หน่วยงานที่เผยแพร่ :
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

การพักการลงโทษ คือ การปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่มีความประพฤติดี อยู่ในระเบียบวินัย ขยันฝึกวิชาชีพ และทำความชอบแก่ราชการ ให้ออกมาอยู่นอกเรือนจำก่อนครบกำหนดโทษตามคำพิพากษาภายใต้เงื่อนไขการคุมประพฤติ โดยโทษจำคุกตามคำพิพากษาเดิมยังคงเหลืออยู่

การลงโทษผู้กระทำความผิดของสังคมไทยในปัจจุบันยังคงใช้การลงโทษทางอาญาด้วยวิธีการนำตัวผู้กระทำความผิดไปคุมขังไว้ในเรือนจำเป็นหลัก ตามแนวความคิดที่ว่าการลงโทษจำคุกในเรือนจำเป็นวิธีการป้องกันสังคมให้มีความปลอดภัย เนื่องจากเป็นการตัดโอกาสไม่ให้ผู้กระทำความผิดกระทำความผิดซ้ำได้อีก อีกทั้งยังเป็นวิธีการแก้ไขฟื้นฟูพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดให้กลับตัวเป็นคนดี ไม่กลับไปกระทำความผิดซ้ำอีกเมื่อพ้นโทษแล้วได้ อย่างไรก็ตาม จากปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมหลายประการ เช่น ปัญหาความยากจน ปัญหายาเสพติด ฯลฯ ทำให้การกระทำความผิดอาญาเพิ่มขึ้น เกิดปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำตามมา ซึ่งจากข้อมูลจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 ระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำทั้งหมด 274,277 ราย เป็นชาย 241,220 ราย หญิง 33,057 ราย และเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำต่างประเทศแล้วพบว่า ประเทศไทยมีจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำมากเป็นอันดับ 8 ของโลก อันดับ 4 ของเอเชีย และอันดับ 2 ของอาเซียน ส่งผลให้การแก้ไขพฤตินิสัยของผู้ต้องขังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ด้วยเหตุที่กล่าวมาข้างต้นกรมราชทัณฑ์จึงได้นำมาตรการพักการลงโทษมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว 

การพักการลงโทษแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือ 

  1. 1) การพักการลงโทษกรณีปกติ เป็นการพักโทษให้แก่นักโทษเด็ดขาดตั้งแต่ชั้นกลางขึ้นไปที่ได้รับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือ 1 ใน 3 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด แต่ในกรณีที่มีการพระราชอภัยโทษให้ถือกำหนดโทษตามหมายแจ้งโทษเด็ดขาดฉบับหลังสุด และ 
  2. 2) การพักการลงโทษกรณีพิเศษ เป็นกรณีที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์พิจารณาแล้วเห็นว่า มีเหตุพิเศษที่จะพักการลงโทษให้แก่นักโทษเด็ดขาดมากกว่ากรณีปกติ เช่น เป็นผู้สูงอายุ เจ็บป่วยร้ายแรงหรือพิการ เป็นต้น

การพักการลงโทษให้แก่นักโทษเด็ดขาดรายใดนั้น เรือนจำและทัณฑสถานแต่ละแห่งจะดำเนินการสำรวจนักโทษเด็ดขาดที่เข้าเกณฑ์พักการลงโทษ โดยคณะทำงานเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษประจำเรือนจำจะทำการตรวจสอบบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาด ที่สมควรได้รับการพักการลงโทษและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในการตรวจสอบต้องคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำ การกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อน ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม พฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังที่น่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู พัฒนาพฤตินิสัยมาแล้ว จากนั้นเสนอความเห็นต่อผู้บัญชาการเรือนจำพิจารณาส่งรายชื่อไปยังอธิบดีกรมราชทัณฑ์พิจารณา เมื่ออธิบดีกรมราชทัณฑ์ให้ความเห็นชอบแล้วให้เสนอต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษพิจารณาอนุมัติ แต่หากเป็นกรณีการพักการลงโทษกรณีพิเศษต้องเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพิจารณาอนุมัติด้วย 

เมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอนุมัติพักการลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการพักการลงโทษแล้ว ให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำทราบ ผู้บัญชาการเรือนจำต้องออกหนังสือสำคัญปล่อยตัวพักการลงโทษให้แก่นักโทษเด็ดขาดผู้นั้นและแจ้งเงื่อนไขการคุมประพฤติให้นักโทษเด็ดขาดทราบ รวมทั้งมีหนังสือแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบด้วย โดยนักโทษเด็ดขาดผู้นั้นต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในท้องที่ที่ไปพักอาศัยภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัว 

นักโทษเด็ดขาดที่ได้รับการพักการลงโทษต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติตามที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งหากกระทำตามเงื่อนไขการคุมประพฤติที่กำหนดไว้และไม่กระทำความผิดอาญาใดขึ้นอีกก่อนครบกำหนดโทษ ถือว่านักโทษเด็ดขาดผู้นั้นได้รับโทษจำคุกครบถ้วนแล้วตามคำพิพากษาและจะได้รับใบสำคัญการปล่อยนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษหรือที่เรียกกันว่า “ใบบริสุทธิ์” ไว้เป็นหลักฐานการพ้นโทษ แต่หากระหว่างนั้นนักโทษเด็ดขาดกระทำการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติที่กำหนดไว้หรือกระทำความผิดอาญาใดขึ้นอีกก็จะถูกเพิกถอนการคุมประพฤติและถูกส่งตัวกลับไปรับโทษในเรือนจำเช่นเดิม 

การพักการลงโทษเป็นประโยชน์ที่ทางราชการมอบให้แก่นักโทษเด็ดขาด เป็นการจูงใจนักโทษเด็ดขาดให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและตั้งใจกลับตัวเป็นคนดีของสังคม เพื่อที่จะได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำก่อนครบกำหนดโทษตามหมายศาล อีกทั้งเป็นกลไกที่เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขฟื้นฟูปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้กระทำความผิดให้ประพฤติตนเป็นคนดีและกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับคนในสังคมได้อย่างปกติ ทำให้สังคมมีความปลอดภัยมากขึ้น ส่งผลดีทั้งต่อตัวผู้กระทำความผิดและสังคมโดยรวม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการพักการลงโทษขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่มีภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนรวม ดังนั้น การพิจารณาพักการลงโทษควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้นักโทษเด็ดขาดที่ยังคงเป็นอันตรายได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำก่อนเวลาอันควร อีกทั้งควรมีการสร้างความเข้าใจกับคนในสังคมเพื่อให้นักโทษเด็ดขาดที่ได้รับการพักการลงโทษ ไม่ถูกปฏิเสธจากสังคมและสามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้อย่างเป็นปกติ

ภาพปก