โทรเวชกรรม หรือ Telemedicine คือ การสื่อสารเพื่อให้บริการทางการแพทย์หรือส่งข้อมูลทางการแพทย์จากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่งผ่านวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีจุดเริ่มต้นจากแรงผลักดันทางการทหารและเทคโนโลยีทางอวกาศของประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้นักบินอวกาศสามารถได้รับบริการทางการแพทย์ระหว่างปฏิบัติภารกิจเมื่อปี 2503 ต่อมาโทรเวชกรรมได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้โทรเวชกรรมกลายเป็นหนึ่งในระบบการดูแลสุขภาพที่เติบโตเร็วที่สุด โดยระบบโทรเวชกรรมอำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ห่างไกลให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่หลากหลาย เช่น การรักษาโรคทางจิตเวช โรคเบาหวาน หรือโรคทางเดินหายใจ ทั้งนี้ โทรเวชกรรมไม่เพียงแต่ปรับปรุงการเข้าถึงบริการการแพทย์และการลดต้นทุนในการเดินทางแต่ยังส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพโดยรวม โดยสามารถลดอัตราการรับผู้ป่วยในโรงพยาบาล และลดต้นทุนการดูแลสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลต่อการปรับปรุงผลลัพธ์ในระยะยาว ดังนั้น โทรเวชกรรมไม่เพียงแต่เป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพ แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดต้นทุนสำหรับผู้ป่วยและโรงพยาบาลและเพิ่มความพึงพอใจให้กับผู้ป่วยอีกด้วย
ที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโทรเวชกรรมอย่างจริงจัง โดยมีการขับเคลื่อนโครงการจำนวนมาก เช่น โครงการปรับใช้นวัตกรรมผสมผสานระบบโทรเวชกรรม (Telemedicine) สู่สถานพยาบาลระดับปฐมภูมิ ซึ่งเป็นต้นแบบในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนให้ระบบบริการสุขภาพ โครงการบริการการแพทย์ทางไกลในลักษณะผู้ป่วยนอกทั่วไป (OP Telemedicine) ที่เปิดให้ผู้มีสิทธิบัตรทองรับบริการการแพทย์ทางไกล 42 กลุ่มโรค พร้อมระบบส่งยาถึงบ้าน โครงการ Telemedicine สำหรับคนไทยในต่างประเทศ โครงการ Virtual Hospital ช่วยให้ผู้ป่วยและแพทย์สามารถสื่อสารได้แบบทันที (Real time) โครงการ A-MED Care Home Ward ที่เป็นระบบบริการดูแลต่อเนื่องสำหรับผู้ป่วย ทั้งโรคทางกายภาพและโรคทางสุขภาพจิต โครงการ Digital Health Platform ภายใต้ยุทธศาสตร์สุขภาพดิจิทัล ที่เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพและเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ของประชาชนในหน่วยบริการสุขภาพทั้งของรัฐบาลและเอกชน และโครงการ MOPH Refer และ Imaging Hub ที่ใช้ใบส่งตัวอิเล็กทรอนิกส์แทนกระดาษเชื่อมโยงข้อมูลภาพถ่ายรังสี โดยมีหน่วยบริการเชื่อมต่อระบบกว่า 500 แห่ง โครงการต่าง ๆ ดังกล่าว สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาโทรเวชกรรมและเทคโนโลยีสุขภาพดิจิทัลอย่างครอบคลุมและเป็นระบบ ทั้งในระดับการให้บริการผู้ป่วยโดยตรง การบริหารจัดการข้อมูล และการเชื่อมโยงระบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโทรเวชกรรมจะมีประโยชน์ในเชิงคลินิกและเศรษฐศาสตร์สุขภาพอย่างชัดเจนแต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านการตรวจรักษาทางกายภาพที่ต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ เช่น เทคนิคการคลำ การเคาะ การฟัง และการตรวจสอบด้วยประสาทสัมผัสอื่น ๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการวินิจฉัยแบบดั้งเดิม ข้อจำกัดดังกล่าวอาจส่งผลต่อความถูกต้องของการวินิจฉัยและอาจนำไปสู่การตรวจติดตามที่สถานพยาบาล ซึ่งอาจลดทอนประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของระบบโทรเวชกรรม นอกจากนี้ ความท้าทายด้านเทคโนโลยีนับเป็นปัญหาที่สำคัญต่อผู้ป่วยและผู้ให้บริการ เช่น การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย และการปฏิบัติตามกรอบกฎหมายและข้อบังคับ ประกอบกับแนวทางการปฏิบัติงานในแต่ละพื้นที่ไม่มีการกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจน ซึ่งข้อจำกัดดังกล่าวล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความยั่งยืนของระบบโทรเวชกรรมและเป็นอุปสรรคต่อการนำโทรเวชกรรมไปใช้อย่างแพร่หลาย รวมถึงส่งผลต่อการรับรองคุณภาพในระดับสากล
ทั้งนี้ การแก้ไขข้อจำกัดด้านการตรวจรักษาทางกายภาพในระบบโทรเวชกรรม ต้องอาศัยการดำเนินงานแบบบูรณาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบสุขภาพ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงานระหว่างแพทย์ในโรงพยาบาลกับผู้ป่วยในชุมชน โดยมีการนำแอปพลิเคชันอสม.ออนไลน์มาใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกับเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารและการส่งข้อมูลโดยอาสาสมัครสาธารณสุขจะทำหน้าที่ยืนยันตัวตนของผู้รับบริการสุขภาพ และเป็นผู้บันทึกข้อมูลผู้ป่วย สอบถามประวัติการตรวจรักษา และแนะนำหลังตรวจ รวมถึงแนะนำการใช้ยาและรับยาในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือจัดส่งยาทางไปรษณีย์ การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้ประชากรที่อยู่อาศัยในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ชนบทสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างความเท่าเทียมและเหมาะสม ส่งผลให้เกิดการกระจายการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สงวนลิขสิทธิ์ © 2565 หอสมุดรัฐสภา
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
เลขที่ 1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์ : +66(0) 2242 5900 ต่อ 5714, 5715, 5721-22 โทรสาร : +66(0) 2242 5990
อีเมล : library@parliament.go.th