รัฐธรรมนูญกับการคุ้มครองสิทธิเด็ก สตรี และคนพิการในสังคมไทย

ผู้เรียบเรียง :
สุเมฆ จีรชัยสิริ, นิติกรชำนาญการ กลุ่มงานบริการวิชาการ 3 สำนักวิชาการ
วันที่ออกอากาศ :
2568-08
ประเภทสิ่งพิมพ์ :
หน่วยงานที่เผยแพร่ :
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักวิชาการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

 

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชนเพื่อรับรองสิทธิของบุคคลย่อมมีความเท่าเทียมกันและห้ามการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีของกลุ่มเด็ก สตรี และคนพิการ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ต้องการการคุ้มครองเนื่องจากประสบกับปัญหาความไม่เท่าเทียมในหลายด้าน เช่น ปัญหาการขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษา ปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาความปลอดภัยจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และปัญหาการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้กำหนดการคุ้มครองสิทธิเด็ก สตรี และคนพิการ ดังนี้

กรณีของการคุ้มครองสิทธิเด็ก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 54 วรรคหนึ่งกำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย อีกทั้งมาตรา 71 วรรคสาม ยังกำหนดให้รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้ถูกใช้ความรุนแรงหรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งให้การบำบัด ฟื้นฟูและเยียวยา

กรณีการคุ้มครองสิทธิสตรี นับเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในปัจจุบัน เนื่องจากถูกเลือกปฏิบัติในหลายด้านเช่น ปัญหาการขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษา ปัญหาการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวปัญหาความปลอดภัยจากการถูกล่วงละเมิดและการคุกคามทางเพศ โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและการคุ้มครองสิทธิสตรีอย่างชัดเจน ตามมาตรา 27 กำหนดให้บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกันชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลด้วยเหตุแห่งเพศจะกระทำไม่ได้ซึ่งถือเป็นหลักการสำคัญในการวางรากฐานด้านสิทธิของสตรี รวมถึงการห้ามไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมอีกด้วย

สำหรับกรณีการคุ้มครองสิทธิคนพิการ เป็นกลุ่มประชากรที่มีลักษณะเฉพาะและมีความต้องการจำเพาะด้านร่างกาย จิตใจ หรือสติปัญญา ทำให้การดำรงชีวิตประจำวันต้องพึ่งพาบุคคลในสังคม ซึ่งความพิการไม่ควรเป็นข้อจำกัดของความสามารถ โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้ให้ความสำคัญกับสิทธิของคนพิการอย่างชัดเจน ตามมาตรา 27 กำหนดให้บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลไม่ว่าด้วยเหตุแห่งความพิการจะกระทำไม่ได้ นอกจากนี้ มาตรา 71 วรรคสาม ยังได้กำหนดให้รัฐช่วยเหลือคนพิการให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและคุ้มครองป้องกันมิให้ถูกใช้ความรุนแรงหรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งให้การบำบัด ฟื้นฟูและเยียวยา

กล่าวได้ว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีบทบัญญัติในการคุ้มครองและรับรองสิทธิตลอดจนความเท่าเทียมของเด็ก สตรี และคนพิการ ซึ่งบทบัญญัติเหล่านี้สอดคล้องกับตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ถือเป็นสนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ (Core human rights treaties) ภายใต้สหประชาชาติที่ประเทศไทยเป็นภาคีสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน เช่น อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child: CRC) อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination against Women: CEDAW) และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (Convention on the Rights of Persons with Disabilities: CRPD) แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมอันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความเสมอภาคและก่อให้เกิดการคุ้มครองสิทธิของเด็ก สตรี และคนพิการในสังคมไทยต่อไป