เด็กและเยาวชนเป็นหนึ่งในกลุ่มเปราะบางที่อาชญากรมักใช้โซเชียลมีเดียเข้าหาผ่านทางช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการล่อลวงเพื่อถ่ายรูปที่ไม่เหมาะสม การล่อลวงเพื่อละเมิดทางเพศ และการล่อลวงเพื่อหลอกซื้อของออนไลน์ ซึ่งการล่อลวงที่สร้างความบอบช้ำทางร่างกายและจิตใจเด็กและเยาวชนอย่างรุนแรงที่สุด คือ การล่วงละเมิดทางเพศเด็กและเยาวชนบนออนไลน์ จากสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า คดีที่เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่ปี 2565 โดยในปี 2567 มีคดีเกิดขึ้นทั้งหมด 346 คดี ในจำนวนนี้มีเด็กผู้หญิงอายุระหว่าง 8-14 ปี เป็นผู้เสียหายจำนวน 118 คน รองลงมา คือ เด็กผู้หญิงอายุระหว่าง 15-17 ปี เป็นผู้เสียหายจำนวน 74 คน และเด็กผู้ชายอายุระหว่าง 8-14 ปี เป็นผู้เสียหายจำนวน 7 คน ทำให้ประเด็นการล่อลวงเด็กเพื่อล่วงละเมิดทางเพศกลายเป็นประเด็นทางสังคมที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน
การล่อลวงเด็กเพื่อเตรียมการล่วงละเมิดทางเพศ (Child Sexual Grooming) เป็นกระบวนการที่ผู้กระทำความผิดพูดโน้มน้าวหรือล่อลวงเด็กและเยาวชนให้เต็มใจมีความสัมพันธ์เชิงหญิงชายหรือมีปฏิสัมพันธ์ทางเพศในภายหลัง โดยเริ่มจากการสร้างความไว้วางใจเพื่อลดความระมัดระวังของผู้ตกเป็นเหยื่อทำให้เหยื่อรู้สึกสบายใจและยอมรับพฤติกรรมทางเพศของผู้ใหญ่ และเกิดความรู้สึกคล้อยตามจนทำให้ละเลยศีลธรรมหรือมุมมองทางสังคมเกี่ยวกับการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ กระบวนการดังกล่าวอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี ดังนั้น เพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนจากการล่อลวงเพื่อเตรียมการล่วงละเมิดทางเพศผู้ปกครองจึงควรเฝ้าระวังพฤติกรรมที่จะไปสู่เหตุการณ์ดังกล่าว โดยสามารถสังเกตพฤติกรรมการล่อลวงเด็ก
เพื่อล่วงละเมิดทางเพศได้ ดังนี้
ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการบัญญัติความผิดเกี่ยวกับการล่อลวงเด็กเพื่อเตรียมการล่วงละเมิดทางเพศ (Child Sexual Grooming) ไว้โดยเฉพาะ แต่ความผิดดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่
การนำเข้าข้อมูลที่ผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ กล่าวคือ การติดต่อสื่อสารเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กผ่านสื่อออนไลน์ นอกจากการบังคับใช้กฎหมายข้างต้นแล้วภาครัฐร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมได้มีมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนจากสื่อออนไลน์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการรู้เท่าทันสื่อและความฉลาดทางดิจิทัล เช่น การจัดทำแนวทางคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ พ.ศ. 2563 การจัดทำคู่มือความปลอดภัยบนโลกออนไลน์สำหรับเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2568 เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การป้องกันการล่อลวงเด็กเพื่อเตรียมการล่วงละเมิดทางเพศ (Child Sexual Grooming) ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการสังเกตพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิดโดยผู้ปกครองและผู้ดูแล และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลงโทษผู้กระทำผิด แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย กล่าวคือ
เพื่อป้องกันและยับยั้งการกระทำดังกล่าว เช่น
สงวนลิขสิทธิ์ © 2565 หอสมุดรัฐสภา
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
เลขที่ 1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์ : +66(0) 2242 5900 ต่อ 5714, 5715, 5721-22 โทรสาร : +66(0) 2242 5990
อีเมล : library@parliament.go.th