พิธีสารความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ หรือ ASEAN-Australia-New Zealand Free Trade Area: AANZFTA มีประเทศสมาชิก 12 ประเทศ ประกอบด้วยประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ซึ่งมีสาระสำคัญครอบคลุมทั้งเรื่องการค้าสินค้า กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า บริการ การลงทุน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การดำเนินการตามข้อตกลง ตลอดจนวิธีการปฏิบัติอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ที่ได้วางแนวทางการปรับปรุงและยกระดับความตกลงให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์การค้าโลกที่อยู่บนพื้นฐานความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคหรืออาเซบ (Regional Comprehensive Economic Partneeship: RCEP)
พิธีสารความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ฉบับที่หนึ่งมีผลบังคับใช้มาเป็นะระยะเวลานานตั้งแต่ปี 2553 จึงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงแก้ไขให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับการประกอบธุรกิจและกิจกรรมทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงได้นำเสนอพิธีสารฉบับที่สอง ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้มีมติเห็นชอบความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตเสรีการค้าอาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ซึ่งมีบทที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ รวม 3 ประเด็น ได้แก่
เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการแก้ไขพิธีสารความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน- ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เรียบร้อยแล้ว จึงได้อนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์ในนามคณะรัฐมนตรีนำความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีฉบับดังกล่าวที่ได้ลงนามแล้วเสนอต่อรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 178 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ได้พิจารณาเรื่องด่วน เรื่อง พิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียนออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ โดยในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ได้มีสมาชิกรัฐสภาร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพิธีการฉบับที่สองนี้ สรุปสาระสำคัญจากการอภิปรายและความคิดเห็นในประชุมร่วมกันของรัฐสภา อาทิ การส่งออกสินค้าที่ประเทศไทยได้ดุลการค้ากับประเทศสมาชิก ส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ การนำเข้าสินค้าเกษตรประเภทเนื้อโคและนมขาดมันเนยควรรักษาสมดุลระหว่างการนำเข้าเพื่อไม่ให้การนำเข้าสินค้าเกษตรเหล่านี้ มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เกษตรของไทย ข้อตกลงที่เกี่ยวกับโครงการพื้นฐานด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี ควรได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีชั้นสูงจากประเทศสมาชิกเพื่อพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลของไทย และการใช้สิทธิจากข้อตกลงทางการค้าของผู้ประกอบการไทยมีน้อย สาเหตุอาจเกิดจากข้อตกลงทางการค้ามีรายละเอียดมากจนกลายเป็นอุปสรรคทางการค้า ดังนั้น ควรมีการเผยแพร่เอกสารและการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข้อตกลงให้ผู้ประกอบการโดยทั่วไปได้รับทราบให้ทั่วถึง ต่อมาสมาชิกรัฐสภาได้ลงมติโดยมีมติเห็นชอบพิธีสารฉบับที่สอง ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอ และพิธีสารนี้มีผลบังคับใช้ 60 วันหลังจากวันที่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างน้อย 4 ประเทศ ได้นำส่งสัตยาบันให้เลขาธิการอาเซียนแล้ว
กล่าวโดยสรุป ข้อดีของพิธีสารฉบับที่สอง เป็นการเพิ่มความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสนับสนุนให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดเล็ก เชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่าโลกได้ง่ายขึ้น รวมถึงการปรับปรุงกฎระเบียบการค้าและขั้นตอนการปฏิบัติให้ทันสมัย สอดรับกับสถานการณ์ทางการค้าของโลกในปัจจุบัน
สงวนลิขสิทธิ์ © 2565 หอสมุดรัฐสภา
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
เลขที่ 1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์ : +66(0) 2242 5900 ต่อ 5714, 5715, 5721-22 โทรสาร : +66(0) 2242 5990
อีเมล : library@parliament.go.th