รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้ประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นได้ หากเห็นว่าบุคคลดังกล่าวไม่สมควรดำรงตำแหน่งต่อไป ทั้งนี้ กลไกดังกล่าวได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2542 แต่อย่างไรก็ตาม กลไกดังกล่าวยังมีข้อปัญหาบางประการที่สำคัญ ดังนี้
ประการแรก ปัญหาหลักเกณฑ์ในการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
(1) ความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เนื่องจาก กำหนดหลักเกณฑ์ถอดถอนแตกต่างจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2550 โดยตัดวิธีการลงคะแนนเสียงออกไป ดังนั้น พระราชบัญญัติว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2542 กำหนดวิธีการถอดถอนโดยการลงคะแนนเสียงไว้ ยังคงถือเป็นการดำเนินการที่เป็นไปตามหลักการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
(2) สัดส่วนผู้เข้าชื่อเพื่อยื่นคำร้องเพื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอน จำนวนผู้มาลงคะแนนเสียงเพื่อให้มีการนับคะแนนเสียง และจำนวนคะแนนเสียงที่สามารถถอดถอนนั้น กำหนดสัดส่วนไว้อย่างไม่เหมาะสม ส่งผลให้การถอดถอนสำเร็จได้ยากเกินไป
(3) กฎหมายไม่ได้กำหนดเหตุแห่งการถอดถอนไว้ชัดเจน ว่าการปฏิบัติหน้าที่เช่นใดหรือพฤติการณ์ใดจะเป็นเหตุให้สามารถเข้าชื่อกันเพื่อร้องขอให้มีการลงคะแนนเสียงได้ ทำให้อาจไม่เป็นการยุติธรรมต่อบุคคลที่ถูกให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
(4) กฎหมายมิได้กำหนดโทษในกรณีใช้สิทธิไม่สุจริตในการเข้าชื่อเพื่อยื่นคำร้องเพื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอน หากแต่มีบทกำหนดโทษไว้เฉพาะกระบวนการลงคะแนนเสียงถอดถอนเท่านั้น จึงเป็นกรณีที่อาจก่อให้เกิดการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง
ประการที่สอง ปัญหาในกระบวนการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
(1) กรณีสมาชิกสภาท้องถิ่นแต่ละคนที่มีที่มาจากเขตเลือกตั้งต่างกัน แต่เมื่อต้องถูกถอดถอนกลับต้องใช้คะแนนเสียงจากทุกเขตเลือกตั้งในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ ไม่มีความเหมาะสม เนื่องจากผู้แทนที่ได้รับเลือกเพื่อปฏิบัติหน้าที่และใช้อานาจแทนประชาชนควรถูกถอดถอนโดยประชาชนที่เลือกตัวแทนนั้นมา
(2) การกำหนดเกณฑ์สัดส่วนคะแนนเสียง โดยต้องมีคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนนเสียง จึงสามารถถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้นั้นให้พ้นจากตำแหน่งได้ ภายใต้เงื่อนไขผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงในครั้งนั้นต้องเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมดในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นการเข้าชื่อถอดถอนดังกล่าวถึงสำเร็จ เห็นได้ว่าการถอดถอนดังกล่าวกระทำได้โดยยากเกินไป
สงวนลิขสิทธิ์ © 2565 หอสมุดรัฐสภา
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
เลขที่ 1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์ : +66(0) 2242 5900 ต่อ 5714, 5715, 5721-22 โทรสาร : +66(0) 2242 5990
อีเมล : library@parliament.go.th