การบริหารจัดการน้ำ: กรณีศึกษาการบริหารจัดการน้ำของลุ่มน้ำยมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย

ผู้แต่ง :
พรรณทิภา นิลโสภณ, วิทยากรเชี่ยวชาญ กลุ่มงานบริการวิชาการ 2 สำนักวิชาการ
จำนวนหน้า :
116
ปีที่พิมพ์ :
2568

 

เอกสารวิชาการเรื่อง "การบริหารจัดการน้ำ: กรณีศึกษาการบริหารจัดการน้ำของลุ่มน้ำยมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย" มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและบริบทของการบริหารจัดการน้ำของลุ่มน้ำยมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย และเพื่อเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนสำหรับลุ่มน้ำยมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย จากการศึกษาพบว่า แม่น้ำยมเป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านจังหวัดสุโขทัย แต่การบริหารจัดการน้ำยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันและแก้ไขปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งได้อย่างยั่งยืน สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม ได้แก่ ลักษณะภูมิประเทศของลุ่มน้ำตอนบนที่มีความลาดชันสูง ทำให้เกิดน้ำไหลหลากเข้าสู่จังหวัดสุโขทัยอย่างรวดเร็ว ขณะที่ลุ่มน้ำตอนกลางและตอนล่างมีสภาพลำน้ำที่แคบ รวมทั้งไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ตอนบน ส่งผลให้พื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่การเกษตรเสียหายทุกปี มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทต่อปี ส่วนในช่วงฤดูแล้งลุ่มน้ำยมขาดแคลนแหล่งน้ำต้นทุน ทำให้ ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภคและเกษตรกรรมได้เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดสุโขทัย แม้ว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี และมีโครงสร้างองค์กรบริหารจัดการน้ำตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 แต่การบริหารจัดการน้ำสำหรับลุ่มน้ำยมโดยเฉพาะในจังหวัดสุโขทัย ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง จากผลการศึกษา ผู้ศึกษาได้นำเสนอการบริหารจัดการน้ำสำหรับลุ่มน้ำยมในจังหวัดสุโขทัยให้มีประสิทธิภาพ ดังนี้

  1. 1) การพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำต้นทุนอย่างเป็นระบบ โดยการผลักดันการก่อสร้างแหล่ง กักเก็บน้ำในพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มน้ำยม
  2. 2) การก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในลำน้ำยมที่มีลักษณะเป็นประตูน้ำ ขนาดเล็กช่วยบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง
  3. 3) การบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม โดยการส่งเสริมการจัดตั้ง “องค์กรผู้ใช้น้ำ” ในระดับพื้นที่เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทในการตัดสินใจ วางแผน และจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ
  4. 4) การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารจัดการน้ำและมีการบูรณาการข้อมูลกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำทั้งหมด
  5. 5) การบูรณาการแผนงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำเข้าด้วยกันเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีเอกภาพ และลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน
  6. 6) การศึกษานวัตกรรมจากต่างประเทศและนำบทเรียนจากต่างประเทศมาปรับใช้
  7. 7) การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัยและเอื้อต่อการดำเนินการในระดับพื้นที่
  8. 8) การส่งเสริมให้มีการปลูกป่าเพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำของแม่น้ำยม และ
  9. 9) การสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

ทั้งนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจว่ากรณีศึกษาจากต่างประเทศมีการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรการเชิงโครงสร้าง โดยมีการกำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำที่มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตน รวมทั้งการใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ เช่น การให้คุณค่าทางเศรษฐกิจกับน้ำและการเก็บค่าน้ำตามหลักความเป็นธรรม รวมถึงการสร้างระบบข้อมูลและฐานข้อมูลน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อประกอบการวางแผนและตัดสินใจ ในการบริหารจัดการน้ำ ผู้ศึกษามีความเห็นว่า หากนำมาประยุกต์ใช้จะเป็นกลไกสำคัญที่สามารถสร้างการบริหารจัดการน้ำสำหรับลุ่มน้ำยมในจังหวัดสุโขทัยให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป