บัญชีม้า คือ การจ้างวานบุคคลให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินผิดกฎหมาย ซึ่งมิจฉาชีพจะจ้างหรือซื้อบัญชีจากบุคคลทั่วไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงของผู้กระทำผิดและใช้เป็นทางผ่านในการรับโอนเงินที่ได้มาจากอาชญากรรมต่าง ๆ โดยในปี 2567 ปัญหาเกิดจากธุรกรรมออนไลน์เพิ่มขึ้น มีจำนวนบริการธนาคารออนไลน์ (Internet Banking) 29 ล้านบัญชี และบริการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต (Mobile Banking) มีมูลค่าเงินจำนวนมาก ทำให้มิจฉาชีพใช้บัญชีม้าฟอกเงินได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น บัญชีม้าเป็นจุดเริ่มต้นของอาชญากรรมอย่างรุนแรงในทั่วโลก เช่น ฟอกเงิน ค้ามนุษย์ คอลเซ็นเตอร์ ยาเสพติด
นาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับปรุงระบบการจำแนกบัญชีม้า โดยใช้สีในการแบ่งระดับความเสี่ยงและความรุนแรง ดังนี้
ต่อมาได้มีการออกกฎหมายเพื่อควบคุม ป้องกัน และจัดการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ไซเบอร์) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สอดรับกับพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่มีพัฒนาการหลากหลายรูปแบบจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง โดยได้มีการออก “พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568” ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมจากพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เครือข่ายโทรศัพท์ และสถาบันการเงิน มีส่วนรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหาย และให้คณะกรรมการธุรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินสามารถพิจารณาคืนเงินแก่ผู้เสียหายได้ โดยไม่ต้องรอให้มีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลจนมีคำสั่งถึงที่สุดก่อน นอกจากนี้ ยังมุ่งหวังให้กฎหมายฉบับนี้ เป็นเครื่องมือสำคัญในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงอาชญากรรมออนไลน์ต่าง ๆ โดยพระราชกำหนดฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2568 สำหรับโทษตามกฎหมายในกรณีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าเป็นไปตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และแก้ไข (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 กำหนดโทษสำหรับผู้ที่เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญา โดยเพิ่มความเข้มข้น จากเดิม ดังนี้
โทษสำหรับบุคคลธรรมดา
โทษสำหรับนิติบุคคล
สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ฝ่าฝืน มีโทษปรับหนัก โดยผู้แทนนิติบุคคลรับโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอัตราโทษปรับสูงกว่าบุคคลธรรมดาถึง 5 เท่า กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 13 เมษายน 2568 เพื่อปราบปรามการใช้บัญชีม้าในอาชญากรรมออนไลน์ เช่น การฟอกเงินและฉ้อโกง
ปัจจุบันบัญชีม้าถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชญากรรมอย่างมาก โดยมีลักษณะเป็นเครือข่ายวงจรอาชญากรรม เป็นภัยคุกคามประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ นอกจากการดำเนินมาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้เปิดบัญชีม้าและผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว ภาครัฐควรพัฒนาแนวทางในการสื่อสารให้ชัดเจนและทั่วถึง เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทำการป้องกันและแก้ไข โดยประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้ปัญหาจากอาชญากรรมบัญชีม้าลดลงและหมดไปจากสังคมไทย
สงวนลิขสิทธิ์ © 2565 หอสมุดรัฐสภา
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
เลขที่ 1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์ : +66(0) 2242 5900 ต่อ 5714, 5715, 5721-22 โทรสาร : +66(0) 2242 5990
อีเมล : library@parliament.go.th